วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์Hound Group นอร์วีเจียนเอ็ลก์ฮาวนด์Norwegian Elk-Hound




นอร์วีเจียน เอ็ลก์ฮาวนด์ Norwegian Elk-Hound


ตอนที่มนุษย์ยุคหินล่าสัตว์กันตามเขาที่รกชัฏไปด้วยป่าแถบสแกนดิเนเวียนั้น ก็มีหมานอร์วีเจียน เอ็ลก์ฮาวนด์ วิ่งเคียงข้างไปด้วยแล้ว พบซากของมันใน สตราตัม คือ หน่วยย่อยชั้นหิน อันเป็นชั้นหิน ทราย ดิน ที่กำเนิดขึ้นบนเปลือกโลก ซึ่งนับเวลาแล้วก็ถอยหลังไป 4,000 ถึง 5,000 ปี ก่อนคริสตกาล
นับแต่นั้นแล้วหมาพันธุ์นี้ได้เปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อย รูปร่างแข็งแรงลำ่บึ๊ก อกกว้างและลึก หน้าสีนำ้ตาลกางและกว้าง ดูแล้วเหมือนเอาพันธุ์เช็พเพิร์ด มาอัดเข้าไปให้แน่นๆ ขนที่กระด้างและทึบก็เป็นสีเทาเงินและจางลงไปทางด้านใต้ท้องหางพวง นั้นเชิดกระดกขึ้นเป็นหางงอ
นับศตวรรษมาแล้วที่หมาเหล่านี้ล่าหมีให้แก่ชาวไวกิ้ง แกะรอยกวางเอ็ลก์ในยุโรป เวลาออกล่าหมานี้ตระเวณออกไปไกล จมูกก็สูดกลิ่นไปเรื่อยๆ ท่ามกลางอากาศเยือกเย็น ส่วนหูก็คอยฟังเสียงที่อาจจะแว่วมาจากที่ไกลไปด้วย พวกพรานอ้างว่าหมาพันธุ์นี้สามารถจับกลิ่น หรือมีญาณสำนึกรู้แหล่งเหยื่อของมันได้ แม้อยู่ห่างออกไปถึงสามไมล์ ซึ่งจะรู้ได้ก็ตอนที่มันร้องหงิงๆ ขึ้นมาทันที เป็นการเตือนนาย ให้รู้ว่ากวางเริ่มออกวิ่งแล้ว พอปล่อยมันออกไปมันก็พยายามจะวิ่งดักหน้า ตัดทางหนี กวางเอ็ลก์นั้นบางตัว วัดจากหัวถึงบั้นท้าย 11 ฟุต พอประจันหน้ากัน หมามันก็เต้นหน้าเต้นหลัง เข้าๆออกๆ คอยล่อกวางไว้ หากกวางพุ่งเข้าใส่ หมาก็คอยหลบฉาก แล้วก็ล่อให้กวางเข้าขวิดอีก ปากก็เห่าท้าทายยั่วกวางไม่ลดละ เพื่อถ่วงเวลารอให้นายมาถึง
ชาวสแกนดิเนเวียได้ใช้หมาพันธุ์นี้เทียมเลื่อนด้วยเหมือนกัน และใช้ได้เหมือนหมาลากเลื่อน หมาเลี้ยงแกะ และเฝ้ายาม คอยไล่สัตว์ประเภทกัดกวนสัตว์เลี้ยงจากไร่นา คอยเตือนเวลามีคนแปลกหน้ามา แล้วก็อารักขาผู้เป็นแขกไปจนถึงบ้าน
จนกระทั่งถึงปี 1880 หมาพันธุ์นี้จึงได้ละถิ่นฐานบนเทือกเขา มาโชว์ฟอร์มในฐานะหมาประจำปืน เป็นอ็อตเตอร์ฮาวนด์และหมาโชว์ในอังกฤษ เข้ามาในสหรัฐในชั้นแรกเป็นหมาเลี้ยงเล่นในบ้าน
เป็นหมาที่รักสะอาด มีความจงรักภักดีอย่างยิ่ง และวางใจได้ เลี้ยงลูกเก่ง

สูงเพียงไหล่ 18-20.5 นิ้ว นำ้หนัก 43-50 ปอนด์

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์Hound Group ดัชชุนด์ Dachshund



ดัชชุนด์ Dachshund


หมาพันธุ์นี้รูปร่างมาตรฐานต้องตัวยาว สามเท่าของความสูงเพียงไหล่จึงจัดว่าหล่อ เป็นหมาที่ถูกฝึกมาให้แกะรอยสัตว์ที่ขุดโพรงอยู่ในดินแล้วค่อยๆเบียดตัวลงไปลากมันออกมา ซึ่งหมาที่จะทำอย่างนี้ได้ ตัวต้องเตี้ย ขาแข็งแรง หนังก็ต้องหย่อนๆ จะได้ขยับเนื้อขยับตัวได้ในช่องแคบๆหรือคับๆ และต้องมีใจสู้อีกด้วยยามเมื่อเจอเข้ากับศัตรูในโพรง ที่มันจะสู้ เสียงเห่าของมันนั่นแหละที่บอกให้รู้ว่าครวจะขุดที่ตรงไหน
ในยุโรปสมันกลางหมาทีมีคุณสมบัติดังกล่าวเรียกกันว่า หมาแบ็ดเยอร์ เมื่อกาลเวลาล่วงไป หมาดัชชุนด์ของเยอรมันก็วิวัฒนาการไปผนวกเอาคุณสมบัติของหมาฮาวนด์กับหมาเทอเรียร์ไว้ด้วยกัน โดยมีจมูกไวแกะรอยเก่งของหมาฮาวนด์ มีหูยาว มีท่าทีอันน่ารัก และลักษณะของหมาเทอเรียร์คือ การพึ่งตนเอง จิตใจมั่นคง แกล้วกล้า มีหัวบางๆเรียวๆ หน้าอกที่ลึกเต็มไปด้วยมัดกล้าม ทำให้ขาหน้าที่สั้นของมันนั้นขุดดินเก่งเป็นอย่างยิ่ง
คนเยอรมันเรียก เท็กเกล ซึ่งหมายถึง เทกาล หมาที่สถิตอยู่บนอนุสาวรีย์ของพระเจ้าฟาโรห์ ก็เลยตั้งสมาคมหมาดัชชุนด์แห่งแรกขึ้นเรียกว่า เท็กเกลคลับ เมื่อปี 1888
นักเพาะเลี้ยงต่างก็เพาะพันธุ์ต่างๆ ขึ้นมาใหม่ให้มีขนเรียบบ้าง ขนหยิกบ้าง ขนยาวบ้าง พันธุ์ดั้งเดิมนั้นนำ้หนักตัวร่วม 35 ปอนด์ ก็ค่อยๆย่นย่อลง สำหรับดัชชุนด์ขนาดจิ๋วนั้นหนักไม่ถึง 8.8 ปอนด์ ตอนอายุ 1 ขวบ เป็นอัตรานำ้หนักที่จำแนกพิเศษในเยอรมัน
หมาดัชชุนด์ของยุโรปยังล่าตัวแบ็ดเยอร์อยู่บ้าง บางทีก็ล่ากระต่าย หมาจิ้งจอก กวาง โดยไม่ทำให้กวางตื่นเสียด้วย
ในสหรัฐนิยมเลี้ยงดัชชุนด์ไว้เป็นหมาเลี้ยงดูเล่นมานาน เมื่อปี 1958 หมานี้ มาเป็นอันดับสี่ของความนิยม โดยที่กลิ่นสะอาด เนื้อตัวก็สะอาด มีลัษณะเป็นมิตร และดูน่าขำ มักต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยการเห่าทักทาย หากเป็นคนคุ้นเคยก็ชอบลงนอนกลิ้งหงายท้องให้เขาจ้ีเล่น เวลาออกตามชนบทมักจะวิ่งขนาบนายทีเดียว จะเถลไถลบ้างเมื่อได้กลิ่น จะไปไหนไปกันกับพวกเด็กๆและเวลาทีเขาหัวเราะเยาะมัน มันก็จะเห่าตอบบ้าง
สูงเพียงไหล่ 7-10 นิ้ว นำ้หนัก 12-22 ปอนด์

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์Hound Group แบล็ก แอนด์ แทน คูณฮาวนด์ Black and Tan Coonhound




แบล็ก แอนด์ แทน คูณฮาวนด์ Black and Tan Coonhound





เป็นผู้เชี่ยวชาญในการล่า ยามคำ่คืนในป่าที่แสนมืด เป็นหมาแกะรอยหนึ่งในหลายพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงกันขึ้นมาในภาคใต้ของสหรัฐ มีเชื้อสายมาทางฟ็อกซ์ฮาวนด์ของเวอร์จิเนียมาแต่สมัยล่าเมืองขึ้น และบลัดฮาวนด์ซึ่งมีเชื้อสาย ทัลโบต์ฮาวนด์ของเผ่านอร์มัน หูที่ตูบห้อยลงมากวัดแกว่ง ตลอดจนหางที่เรียวยาวนั้น ดูแล้วค่อนไปทางบลัดฮาวนด์อยู่มาก แม้ว่านำ้หนักตัวจะน้อยกว่า และหนังย่นน้อยกว่า แต่สีของมันน้ันคงเดิม คือแบล็ก แอนด์ แทน ที่แกะรอยได้เก่งนั้นก้เป็นเพราะเชื้อสายของมันนั้นเป็นเลิศอยู่แล้วในเรื่องนี้ แม้จะไม่รวดเร็วแต่ก็ทรหดและละเอียดลออ สู้ได้ทุกภูมิประเทศ
นักเพาะหมาพยายามอย่างยิ่ง ที่จะให้เป็นหมาที่เฉียบแหลมและทรหด แบล็ก แอนด์ แทน พันธุ์นี้จึงเป็นหมาล่าแร็กคูนพันธุ์แรกที่ได้รับการยกย่องยอมรับนับถือของสโมสรหมาอเมริกันเมื่อปี 1945
สูงเพียงไหล่ 23-27 นิ้ว นำ้หนัก 55-65 ปอนด์

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์Hound Group บีเกิล Beagle


บีเกิล Beagle

เป็นหมาเรียบร้อยและสะอาด และเมื่ออยู่ในบ้านมักจะไม่เห่า ด้ายหางที่กระดิกน้อยๆ และหูตูบที่กระพือไปมา มันก็มักจะเล่นกับเด็กอย่างสนุกสนาน เวลาเด็กๆเจ็บป่วย บางทีมันก็รู้จักปลอบด้วยการเข้าไปเลีย แต่กระนั้นเองยามที่ออกไปพักผ่อนสุดสัปดาห์ในชนบทกับเจ้าของ หมานิสัยเรียบร้อยตัวนี้จะลุยตามทุ่งตามป่าไม่ลดละด้วยความทรหด ปากก็บรรเลงไปด้วยเสียงอันแหลมให้กระต่ายป่าตื่น
ไม่ว่ากระต่ายพันธุ์ไหนมักเป็นคู่อริของมันเสียทั้งนั้น เพราะบรรพสุนัขเชื้ออังกฤษของมันนั้นเคยล่ากระต่ายมาตั้งแต่สมัยพระนางอลิซเบทที่ 1 โน้นแล้วโดยเลี้ยง "บีเกลนักร้อง " เอาไว้ทั้งฝูง เมื่อกาลเวลาล่วงไป สายเลือดนี้เลือดนี้ก็ได้พัฒนาติดต่อกันมา ในกลางศตววรษที่ 19 พาร์สัน ฮันนีวูด แห่งเอ็สเซ็กซ์ ได้พัฒนาสายพันธุ์เป็นที่ถูกอกถูกใจ และถูกตา บรรดานักกีฬาอย่างยิ่ง ทำให้เกิดเป็นทีนิยมกันอย่างกว้างขวางในเกมกีฬานี้ตลอดไปจนถึงหมาเองด้วย
หมาฮาวนด์ ของฮันนีวูดจัดเป็นหมาบีเกิลยุคใหม่ชุดแรก ดูๆแล้วเหมือนอิงลิชฟ็อกซ์ฮาวนด์แบบย่อส่วน เพราะมันคอยกระตุ้นให้เหยื่อต้องขยับตัวอยู่เสมอ แต่ไม่ทิ้งระยะห่างจากพรานนัก ขาตรง ยาว และมีขนสีเดียวกับฟ็อกซ์ฮาวนด์ หูตกมาถึงเกือบปลายจมูก ตาที่ห่างกันนั้นดูอ่อนโยนและวิงวอนในแววตา แต่กระนั้นก็มีประกายแวววาวด้วยความรักสนุก
เวลาปล่อยออกไปในดงกระต่ายป่า ฝูงบีเกิลจะขยายแถวกันออกไปเพื่อแกะรอยกลิ่น ส่วนหางก็โบกสะบัดไม่หยุด หากพบรอยหรือกลิ่น ก็มักจะส่งสัญญาณด้วยความตื่นเต้น นักล่ามักจะแต่งตัวด้วยเสื้อนอกสีเขียวตัดชั้นในสีขาว พอเห็นว่าจะลำ้หน้าเจ้านายไปมาก ก็จะหยุดรอ พอนายมาก็ควบกันต่อ โดยบรรเลงเพลงหมาไป
โดยที่เห็นว่ามันถูกกว่า จัดง่ายกว่าการขี่ม้าล่าหมาจิ้งจอกเป็นอันมาก การใช้หมาบีเกิลก็เลยเป็นที่นิยมกันขึ้นในสหรัฐ หลังจากที่หมาบีเกิลรุ่นใหม่ถูกนำเข้าไประหว่าง ทศวรรษที่ 1880และในปี 1890 นั้น ชาวเมืองนิวอิงก์แลนด์ก็ได้คิดค้นวิธี การใหม่ขึ้นคือ มีการประกวดความสามารถของหมาในการล่ากระต่าย โดยใช้หมาเป็นคู่ๆ หมาไม่จำเป็นจะต้องตามไปฆ่ากระต่ายให้ได้เพื่อเอาคะแนนชนะเลิศ และหมาตัวใดที่ตามสะเปะสะปะก็จะถูกตัดคะแนน ตัวไหนถูกตัดคะแนนน้อยสุดตัวนั้นชนะ หมาบีเกิลแข่งขันกันเป็นสองรุ่น รุ่น ตัวสูงขนาด 13-15 นิ้ว อีกรุ่น หนึ่งสูงตั้งแต่ 13 นิ้วลงมา เป็นแบบ " บีเกิลกระเป๋า " ของอังกฤษ
จะตัวเล็กหรือใหญ่ ก็ตาม หมาบีเกิลมันก็ใช้พลังของมันอย่างไม่ยอมแพ้ในการทดสอบภาคสนามหรือการล่าจริง ๆ ในทุ่งนักล่าย่อมจะรู้ทีท่าอันกระตือรือร้นของมันได้ดีเวลาใกล้เหยื่อเข้าไป
ในบ้านของคนอเมริกันนับพันนับหมื่นก็เลี้ยงเจ้าบีเกิลที่น่ารักนี่ไว้เป็นเพื่อน และสิ่งที่มันพอจะตามกลิ่นตามรอยได้ในยามนั้นก็คือ รองเท้าแตะของนายมัน
สูงเพียงไหล่ 10-15 นิ้ว นำ้หนัก 20-40 ปอนด์

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์Hound Group ฮารีเออร์Harier




ฮารีเออร์ Harier


ฮารีเออร์นั้นดู ๆ แล้วเหมือนหมาฟ็อกซ์ฮาวนด์อังกฤษตัวย่อม ๆ ทั้งหัวและจมูกก็เหมือนกัน ตีนเหมือนแมวคล้ายกัน หลังตรง ขาตรง สีก็ยังเหมือนกัน นอกเสียจากว่าฮารีเออร์สายเลือดแท้นั้นด่างเป็นสีฟ้า ความจริงแล้วบรรดาผู้เชี่ยวชาญเขาว่าฮารีเออร์ก็เป็นฟ็อกซ์ฮาวนด์ที่เพาะพันธุ์ให้ย่อมลงมาหน่อยเท่านั้นเอง

ยามที่มันโจนไปตามทุ่งตามไร่ในอังกฤษมันก็บรรเลงเพลงหมาของมันไปยามท่ีแกะรอยกระต่ายป่า ในอังกฤษสมัยกลางนั้น การล่ากระต่ายป่าเป็นกิจกรรมยามว่างของคนยากไร้ พวกลูกไล่ต่างก็รวมตัวกันพร้อมกับหมาแล้วก็วิ่งเหยาะตามฝูงหมาไป พวกผู้ดีก็ขี่ม้าตามบ้างเห็นว่าเข้าท่าสนุกดี มีจดหมายเหตุบันทึกไว้ตอนหนึ่งเกี่ยวกับพระเจ้าเจมส์ที่ 1 ว่า " เอากระต่ายป่าใส่ตระกร้าไปปล่อยในทุ่งแล้วให้หมาไล่นั้นเป็นกีฬาอันวิเศษนักสำหรับพระเจ้าอยู่หัว " ทุกวันนี้นักล่าก็เลยขี่ม้ากันหมด

หมาพันธุ์นี้รู้จักกันในอเมริกาตั้งแต่สมัยแสวงหาเมืองขึ้น แต่ทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยได้เห็นกันนัก ญาติของมันที่ตัวย่อมกว่าคือพันธุ์บีเกิลนั้นเหมาะกว่าสำหรับจะล่ากระต่ายอเมริกัน


สูงเพียงไหล่ 19-21 นิ้ว นำ้หนักประมาณ 40 ปอนด์

วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553

กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์Hound Group อิ็อตเตอร์ฮาวนด์Otterhound



อ็อตเตอร์ฮาวนด์ Otterhound

ดูแล้วก็เหมือนกับพันธุ์บลัดฮาวนด์ที่สวมขนแกะ มีขนที่ยุ่งยิ่งไปต้ังแต่บนหัวจนจรดหาง ลูกตาที่จมลึกอยู่ในเบ้าตา และจมูกบานก็โผล่ออกมาระหว่างหนวดกับเคราที่รุ่มร่าม
พันธุ์นี้มีอยู่น้อยในอเมริกา แต่ฮาวนด์พันธุ์นี้แหละที่ไล่กวดตัวนากตามลุ่มนำ้ลำธารที่มีปลาชุกชุม ไม่มีใครสืบสาวรู้ต้นกำเนิดของพันธุ์นี้แน่นอน รู้กันคร่าวๆ เพียงว่านอกจากสายเลือดบลัดฮาวนด์แล้ว ก็ยังมี เซาเทิร์นฮาวนด์ เวลช์ ฮารีเออร์ วอเตอร์สแปเนียล และเวนดีลฮาวนด์ ผสมอยู่ในสายเลือดอย่างละนิดละหน่อย
อ็อตเตอร์ฮาวนด์เหมาะที่สุดสำหรับที่จะฝ่าความหนาว ลุยนำ้ หรือทรหดในกีฬาที่เอามาตั้งชื่อของมันคือ ลำตัวนาก เท้่าที่มีพังผืดระหว่างนิ้วช่วยให้ว่ายน้ำได้แข็ง ขนที่ชุ่มนำ้มันอยู่ในขนชั้นในนั้นทำให้ตัวอุ่น จมูกไวก็ดมไปเรื่อ
ยๆ ตามฝั่งลำธารในยามรุ่ง เสาะหากลิ่นที่พวกนากทิ้งเอาไว้ยามคำ่คืน พอจับกลิ่นได้เมื่อใด เสียงอันทุ่มตำ่ของมันก็บรรเลง เตือนให้นักล่าที่เดินตามมาได้รู้
ล่ากันครั้งหนึ่งๆ บางทีไกลถึง 23 ไมล์ และกินเวลาถึง 10 ชั่งโมง ในศตวรรษที่ 19 มีหมาพันธุ์อ็อตเตอร์ฮาวนด์ล่านาก
อยู่
ตามลำธารตามคลองในอังกฤษกว่า 20 ฝูง พวกนักล่าที่ชอบทางนี้มักจะเลือกเอาการล่านากมาแทนล่าหมาจิ้งจอก ตอนที่หมดฤดูล่าหมาแล้ว ในทุกวันนี้ หมาฟ็อกซ์ฮาวนด์ และหมาพันธุ์ผสมก็เข้ามาร่วมอยู่ในฝูงหมาล่านากกับเขาด้วย
อ็อตเตอร์ฮาวนด์นี้มีสีต่างๆกันไป นับแต่สีฟ้าและสีขาวไปจนถึงแบล็กแอนด์แทน และร่าเริงแจ่มใสในยามที่ลุยนำ้บรรเลงเพลงหมาไปเรื่อย ตามลำธารอันเร้นลับที่เย็นยะเยือก ถ้าเลี้ยงไว้ในบ้านจะเป็นหมาที่รักเด็กเป็นเพื่อนเด็กที่วิเศษสุดทีเดียวเชียว

สูงเพียงไหล่ 24-26 นิ้ว นำ้หนักประมาณ 65 ปอนด์



วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อเมริกัน ฟ็อกซ์ฮาวนด์ American Fox Hound



กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์ อเมริกัน ฟอกซ์ ฮาวนด์Hound Group American Fox Hound

ขาของหมาพันธุ์นี้เรียวๆ กว่า และตัวเบากว่าอิงลิช ฟ็อกซ์ฮาวนด์ เดอ โซโต ได้นำฮาวนด์ตัวแรกเข้ามายังโลกใหม่เพื่อแกะรอยพวกอินเดียแดง ในปี1650 โรเบิร์ต บรุก ตั้งถิ่นฐานลงในแมรีแลนด์พร้อมด้วยฟ็อกซ์ฮาวนด์ทั้งฝูง ยอร์จ วอชิงตัน นำหมาพันธุ์อังกฤษมาเลี้ยงไว้เมื่อปี 1770 และได้รับของขวัญเป็นหมาล่ากวางพันธุ์ฝรั่งเศสที่มีหูยาวจาก นายพล ลาฟาเเย็ด เมื่อปี 1785 หมาสองพันธุ์ก็เลยผสมกัน และอาจเป็นบรรพสุนัขของอเมริกันฟอกซ์ฮาวนด์ในทุกวันนี้ ชาวแมรีแลนด์และชาวเวอร์จิเนียที่ขี่ม้าได้เก่งแต่ไม่ค่อยชอบแบบฉบับการล่าของอังกฤษยามเมื่อควบตามฝูงหมา พอนักล่าเห็นตัวเหยื่อ ก็มักแหกปากร้องลั่นไปทั้งท้องทุ่ง อาจเป็นต้นกำเนิดของเสียงร้อ
งโห่ยามเมื่อทหารฝ่ายเหนือฝ่ายใต้ประจัญบานกันในยุคสงครามกลางเมืองนั้นเอง
นักควบอาชาที่กวดหมาจิ้งจอกไปตามทุ่งในฟิลาเดลเฟียที่เพิ่งตั้งเมืองใหม่ตลอดจนในไร่ของแมนฮัตตันตอนบน หรือการล่าหมาในบรุกลินนั้นเพิ่งมาสั่งห้ามกันเมื่อไม่ถึง100 ปีมานี้เอง
กีฬาดังกล่าวเป็นแบบฉบับของการล่าหมาจิ้งจอกในรูปแบบต่างๆ แล้วแต่ว่าจะเป็นภูมิภาคไหน ต่างก็มีชื่อของผู้เพาะเลี้ยงรายฉมังๆ ไว้เช่น มอบิน วอล์กเกอร์ ทริกก์ เบิร์ดซอง และอื่นๆ ต่างพวกต่างก็เหมาะกับวิธีล่านั้นๆ
หมาจิ้งจอกในอเมริกานั้นหายากกว่าในอังกฤษ และกลิ่นหมาจิ้งจอกในดงทึบและภูมิประเทศที่เป็นขุนเขาก็ตามยาก ฉะนั้น อเมริกันฟ็อกซ์ฮาวนด์จึงต้องอาศัยจมูกที่ไวและแม่นเป็นพิเศษ หมาที่แกะรอยติด จะตามหมาจิ้งจอกที่ว่องไวรวดเร็วไปไม่ลดละ ฝ่าพื้นภูมิประเทศที่ทุรกันดารไม่ท้อถอย มีฝีเท้าที่เร็วสุดยากที่นักอาชาจะตามทัน นักล่าจะตามได้ถูกก็เพราะเสียงเห่าหอนของมันไปตลอดทาง หมาพันธุ์ฝรั่งเศสของ ยอร์จ วอชิงตันนั้น กล่าวกันว่าร้องเพราะมีกังวานประดุจ "เสียงระฆังในกรุงมอสโก"
ยามคำ่คืน หมาพวกนี้จะตามกลิ่นหมาจิ้งจอกไปจนกระทั่งหมาจิ้งจอกมุดเข้ารูเข้าโพรง มันจะเฝ้าอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเจ้าของเป่าปากเรียกนั้นแหละ มันจึงจะวิงกลับมาไกลเป็นไมล์ๆ เพื่อกลับบ้าน ซ่ึงนับว่าเก่งไม่น้อยที่จับทิศทางกลับบ้านได้แม่น อเมริกันฟ็อกซ์ฮาวนด์นั้น หูยาวและตาโศก มีเสียงหอนที่เพราะ
สูงเพียงไหล่ 21-25 นิ้ว นำ้หนักประมาณ 70 ปอนด์