วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การดูแลสุนัขก่อนและหลังการคลอด


การดูแลสุนัขก่อนและหลังการคลอด

ครวจัดสถานที่ไว้ให้แม่สุนัขคลอดโดยต้องไม่อยู่ในที่โล่งแจ้ง ครวหามุมเงียบสงบพ้นจาก
สายตาของสัตว์เลี้ยงตัวอื่น เมื่อได้สถานที่แล้วสุนัขจะนอนลงไม่ไปไหน ไม่
ยอมกินอะไรในช่วงนี้ ใช้ปรอทวัดอุณหภูมิสุนัข(อุณหภูมิปกติอยู่ที่ประมาณ 100.5 F) ถ้าอุณหภูมิลดตำ่ลงกว่า 99.5 F แสดงว่าจะคลอดภายใน 24 ชั่วโมง (ครววัดอุณหภูมิต้ังแต่ท้องประมาณ 55 วัน)การที่อุณหภูมิลดลงเป็นเพราะว่าร่างกายสุนัขจะหลั่งสารออกมาระงับอาการเจ็บปวดก่อนคลอด ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิตำ่ลง ถ้าไม่ใช้การวัดอุณหภูมิให้สังเกต
เต้านมของแม่สุนัขจะมีการบวมคัดเมื่อบีบจะมีนำ้นมไหลออกมา สุนัขจะหายใจแรงกระสับ
กระส่ายแสดงอาการเบ่งลูก
ข้อครวระวัง เมื่อแม่สุนัขแสดงอาการเบ่งลูกแล้วไม่ยอมออกเป็นเวลานานเกิน 6 ชั่วโมง
แสดงว่ามดลูกไม่มีแรงบีบตัว ให้พาแม่สุนัขไปพบสัตว์แพทย์เพือทำคลอดทันที หาก
ปล่อยทิ้งไว้แม่สุนัขอาจเสียชีวิตได้ กรณีนี้ครวเคลื่อนย้ายแม่สุนัขด้วยความระมัดระวัง
ขั้นตอนในการคลอด
แม่สุนัขกำลังจะคลอดลูกจะมีอาการกระสับกระส่าย หายใจแรงเป็นช่วงๆ และจะมีนำ้นมไหลออกมา มดลูกบีบตัวเป็นจังหวะ มีนำ้เมือก

ละลายออกมา มีการคลายและขยายของปากมดลูก พฤติกรรมเปลี่ยน เช่น ขุดพื้น ไปซุกตัวตามมุมมืดๆ ช่วงเตรียมคลอดประมาณ 1-36 ชั่วโมง แม่สุนัขคลอดจริง มีการฉีกขาดของรกของลูกตัวแรก ถุงนำ้ครำ่ที่ห่อตัว
ลูกสุนัขอยู่แตก แล้วถุงที่หุ้มตัวลูกสุนัขจะออกตามมาภายใน 30 นาที ไม่ครวเกิน 2 ชั่วโมงหลังจากถุงนำ้ครำ่แตก หากไม่มีลูกสุนัขออกมาให้พาแม่สุนัขพบสัตว์แพทย์ทันที แสดงว่ามีปัญหาในการคลอด ตัวลูกอาจจะอยู่ในแนวขวาง หรือตัวลูกใหญ่เกิน ถ้าพาไปผ่าไม่ทันจะทำให้ลูกในท้องตายทั้งหมดได้กรณีช่วยทำคลอด หลังจากลูกสุนัขคลอดออกมา ให้ใช้มือคอยๆดึงถุงลูกสุนัขออกมาตามทางของช่องคลอด ประคองถุงตัวลูกสุนัขไว้แล้วค่อยๆ ดึงเพื่อให้รกออกมาด้วย (จับตรงสายระหว่างถุงกับรกแล้วค่อยดึง)เพื่อรกจะได้ไม่ค้างอยู่ในมดลูก จากนั้นฉีกถุงหุ้มตัวลูกสุนัขออก มัดสายสะดือห่างจากท้องประมาณ 1 นิ้ว ตัดสายสะดือ ทาเบทาดีน ดูดเมือกในปากและจมูกลูกสุนัขออก ใช้ผ้าเช็ดถูย้อนขนลูกสุนัขเพื่อกระตุ้นการหายใจ สามารถใช้นำอุ่นหรือแอลกอฮอล์ เช็ดตัวลูกสุนัขเพื่อป้องกันการเกิดผิวหนังอักเสบอันเนื่องมาจากคราบสกปรกที่เกิดจากการคลอดซึ่งเราเช็ดไม่หมด จับลูกสุนัขให้ดูดนมแม่กระตุ้นด้วยการบีบให้นำ้นมไหลแล้วจับปากลูกสุนัขให้งับแล้วดูว่าลูกสุนัขสามารถดูดนมได้ และลูกตัวอื่นๆ ให้ครบทุกตัว
นำ้นมแม่สุนัขสำคัญอย่างไร
ลูกสุนัขแรกคลอดมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องได้รับนำ้นมจากแม่สุนัข โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 24-72 ชั่วโมงแรกซึ่งจะเป็น"นมนำ้เหลือง"(Colostrum) โดยที่เราจะสังเกตได้ว่านมนำ้เหลืองนั้นจะมีสีค่อนข้างเหลืองและข้นในขณะที่นมปกตินั้นจะเป็นสีขาวใส เหตุที่นมนำ้เหลืองมีความสำคัญสำหรับลูกสุนัขมากก็เนืองมาจากภูมิคุ้มกันโรคต่างๆที่สร้างจากตัวแม่สุนัขจะสามารถถ่ายทอดมายังลูกสุนัขได้โดยอาสัยการผ่านทางนำ้นมเหลืองนี้ถึง 80% และส่วนที่เหลือของภูมิคุ้มกันเพียง 20% ได้ผ่านจากแม่มาสู่ลูกสุนัขแล้วในช่วงที่แม่สุนัขตั้งท้อง เมื่ิอพ้น 3 วันแรกภายหลังการคลอดไปแล้ว นมนำ้เหลืองก็จะค่อยๆหมดไป แม่สุนัขก็จะเริ่มสร้างนำ้นมปกติออกมา โดยภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากนมนำ้เหลืองนี้ก็จะสามารถช่วยทำให้ลูกสุนัขได้รับภูมิคุ้มกันโรคจากแม่สุนัขและสามารถนำมาใช้กับตัวลูกสุนัขเองได้เลย ซึ่งภูมิคุ้มกันแบบนี้จะเรียกว่า ภูมิคุ้มกันแบบรับมาPassive Immunnity

วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การตกไข่ของสุนัขตัวเมีย

การตกไข่ของสุนัขตัวเมีย
ถ้าอยากทราบวันที่สุนัขตกไข่และพร้อมผสมต้องพาสุนัขไปพบสัตว์แพทย์ เพื่อทำการตรวจว่าสุนัขของเราพร้อมที่จะผสมได้เมื่อไหร่ หรืออีกวิธีง่ายๆ และตามธรรมชาติคือ ถ้าเรามี
สุนัขตัวผู้อยู่ในบ้านด้วยเราจะสังเกตได้ว่า ถ้าตัวเมียให้ตัวผู้ขึ้นนั้น
หมายความว่า ตกไข่แล้ว
ถ้าไม่ได้ให้เขาผสมกันเอง ก็ควรจะแยกเขาออกจากกัน วันต่อมาก็สามารถพาไปผสมกับสุนัขที่เราต้องการได้เลย ระยะเวลาที่ตัวเมียพร้อมให้ผสม จะนับจากวันที่เขามีประจำเดือน
ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ 10 หรือภายในวันที่ 10-14 ของการมีประจำเดือน ไม่ควรให้ผ่านพ้น
หรือใช้วิธีธรรมชาติโดยให้สุนัขตัวผู้เป็นตัวบอกเราได้เหมือนกัน
การตั้งท้อง
ภายหลังการผสมพันธุ์แล้ว แม่สุนัขตั้งท้องประมาณ 60 วัน จะมีนำ้หนักตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดในช่วง 4 สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งท้อง เพราะลูกมีการเจริญเติบโต ไม่ควรให้อาหารใน
ปริมาณที่มากจนเกินไปในขณะที่ตั้งท้องอ่อนๆ จะทำให้แม่สุนัขอ้วน และมีไขมันมากเกิน
ความจำเป็น(ควรเริ่มบำรุงในช่วง 45 วันของการตั้งท้อง)เพราะอาจจะเกิดปัญหาทำให้คลอดยาก ในช่วงนี้ไม่ควรออกกำลังกาย
อาหารที่ให้ครวมีโปรตีนสูงและเพิ่มปริมาณมากขึ้น 20% จากที่เคยให้ เมื่อสุนัขท้องมดลูกจะขยายตัวออกเต็มท้องกระเพาะอาหารสุนัขจะขยายตัวได้ไม่เท่าปกติ ดังนั้น ให้อาหารแม่สุนัขในแต่ละวันโดยแบ่งออกเป็นหลายๆ มื้อ เมื่อลูกๆ ของสุนัขคลอดออกมาแล้ว
อยู่ในระหว่างการดูแลของแม่สุนัข แม่สุนัขจะต้องกินอาหารมากกว่าปกติถึง 50% ความต้องการสารอาหารและพลังงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม่สุนัขต้องการกินอาหารเพิ่มขึ้นในปริมาณ 3-5 เท่าของอาหารที่กินปกติ เพื่อให้มั่นใจว่าแม่สุนัขจะสามารถผลิตนำ้นมให้ได้มากเพียงพอกับความต้องการของลูกๆ และยังคงมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงอยู่นั้นเอง ในช่วงการให้นมซึ่งอยู่ประมาณ 3-4 สัปดาห์ แม่สุนัขจะมีนำ้หนักลดลงประมาณ 4-7% ต่อวัน จากการผลิตนำ้นม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้อาหารแม่สุนัขวันละหลายๆ มื้อ อาจจะให้ได้วันละ 3-4 ครั้งต่อวัน โดยเน้นอาหารที่มีสารอาหารเข้มข้นโปรตีนสูง ให้อาหารแม่สุนัขได้มากเท่าที่สุนัขต้องการ โดยไม่ต้องห่วงว่าแม่สุนัขจะกินมากเกินไป เตรียมนำ้ดืมที่สะอาดให้เพียงพอ ช่วงนี้แม่สุนัขจะดื่มนำ้มาก

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

หลัักในการผสมพันธุ์สุนัข

หลักในการผสมพันธุ์สุนัข
การผสมพันธุ์สุนัขครวเลือกผสมสุนัขที่เป็นพันธุ์แท้ มีลักษณะตาม
ข้อกำหนดสายพันธุ์ และที่สำคัญคือพันธ์ุเดียวกัน โดยศึกษาลักษณะเด่นและ
ด้อยของทั้งพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ให้ดีเสียก่อน เพราะลูกสุนัขจะพัฒนาและ
นำรูปร่าง ลักษณะและนิสัยที่ดีและเสียมาจากทั้งพ่อและแม่ สิ่งที่ครวคำนึงในการผสมพันธุ์ก็คือ ไม่ควร
ผสมพันธุ์ระหว่างสุนัขที่มาจากสายเลือดเดียวกันหรือใกล้ชิด เช่น แม่กับลูก หรือระหว่างพี่น้องด้วยกัน การทำเช่นนั้นอาจก่อให้เกิดความพิการ และโรคต่างๆ

การเลือกพ่อพันธุ์
ควรเลือกพ่อพันธุ์ที่มีลักษณะดีถูกต้องตามลักษณะสายพันธุ์ โครงสร้างใหญ่ นิสัยไม่ก้าวร้าว เชื่อฟังคำสั่ง โอกาสที่ลูกสุนัขตัวนั้นจะเติบโตเป็นสุนัขที่สวยงามสมบูรณ์ก็เป็นไปได้มาก ได้ลูกสุนัขจากพ่อแม่ที่เป็นเกรด
ระดับประกวด ถ้าเป็นแชมป์ได้ยิ่งดีมาก โอกาศที่ลูกสุนัขจะโตแล้วสวย เป็นสุนัขระดับประกวด ถูกต้องตามสายพันธุ์ เพราะลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น ข้อควรระวัง เมื่อสุนัขตัวผู้มีอายุได้ประมาณ 6-8 เดือน จะเริ่มมีอาการกระตือรือร้นทางเพศ และสามารถผสมพันธุ์ได้ แต่จะไม่ดี ถือว่ายังเด็กเกินไป หากแต่การผสมบ่อยครั้ง ในขณะมีอายุน้อยเช่นนี้ อาจมีผลให้สุนัขมีร่างกายทรุดโทรมและเจริญเติบโตช้า เวลาที่ดีที่สุดคือ เมื่อสุนัขมีอายุอย่างน้อยตั้งแต่ 1 ปี 5 เดือน
ขึ้นไป เนื่องจากสุนัขมีการเจริญเติบโตเต็มที่

การเลือกแม่พันธุ์
ควรเลือกแม่พันธ์์ุที่มีลักษณะดีถูกต้องตามลักษณะสายพันธุ์ โครงสร้างใหญ่สมส่วน นิสัยไม่ก้าวร้าว เชื่อฟังคำสั่ง ให้ลูกออกมาสวยสุนัขตัวเมียเมื่อมีอายุได้ 9-10 เดือน จะเริ่มมีประจำเดือนเป็นครั้งแรก แต่ในการผสม
พันธุ์ที่ถูกต้องควรรอให้สุนัขมีประจำดือนครั้งที่ 2 เสียก่อน โดยปกติสุนัขตัวเมียจะมีประจำเดือนทุกๆ 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้งนั้นเอง ในแต่ละครั้งจะเป็นระยะเวลา 18-21 วัน โดยวันที่ 10-14 จะเป็นวันที่เหมาะสมในการผสมพันธุ์มากที่สุด การผสมพันธุ์แต่ละครั้งจะทำให้ทั้งตัวผู้และตัวเมียมีร่างกายอ่อนแอ และอาจทำให้ตัวเมียแก่เร็วและมีสุขภาพไม่แข็งแรงเท่าที่ควร การนำสุนัขไปผสมพันธุ์นอกบ้านควรนำสุนัขไปทำความรู้จักและคุ้นเคยกับสถานที่และสุนัขอีกฝ่ายเสียก่อน โดยปกติการผสมจะทำ 2 ครั้งโดยห่างกัน 24 ชม. เพื่อที่จะได้ผลที่แน่นอน

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

พอยน์ติงกริฟฟอนขนแข็ง Wirehaired Pointing Griffon


กลุ่มพันธุ์สปอร์ต พอยน์เตอร์ Sporting Group- Pointer

ปี 1874 อี.เค.คอร์ทาลส์ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งใจแน่วแน่ที่จะเพาะหมาพันธ์ุสปอร์ตชนิดใหม่ขึ้นมาสักพันธุ์หนึ่ง ได้ทดลองนำมาเพาะต่อในเยอรมนี ฝรั่งเศส จนกระทั้งในที่สุดก็ได้หมาที่มีลักษณะดังนี้และเป็นหมาคู่ปืนที่ฉมังนัก เป็นหมาที่มีคุณสมบัติทั้งของพอยน์เตอร์ของหมาเก็บนก และมีจมูกที่แม่นและไวยิ่งนักเพราะมีเลือดของอ็อตเตอร์ฮาวด์และเช็ตเตอร์ และน่าจะมีเลือดของพอยน์เตอร์ สแปเนียลผสมเข้ากับพันธุ์กริฟฟอนที่มีพื้นฐานมีขนหยาบหนาอยู่แล้วเข้าด้วย
เป็นหมาที่ใช้ได้ทั่วไป ในการล่านกคุ่ม นกกระทา และเกมอื่นๆ พันธุ์กริฟฟอนนี้มีปฎิภาณสูงกว่าพวกพอยน์เตอร์หรือเซ็ตเตอร์ ที่นับว่ายอดเยี่ยมคือเป็นนักว่ายนำ้ที่แกร่ง และเป็นหมาเก็บนกในนำ้ชั้นดีเลิศ ขนอันยุ่งเหยิงมีประโยชน์ เพราะเหมาะที่จะใช้เก็บนกเป็ดนำ้ในฤดูหนาวที่หนาวมากได้โดยไม่ย่อท้อ
สีขนที่คลุกกันเปรอะไปทั้งตัว คือสีเหล็กกล้าปนเทา เทาขาว สีลูกเกาลัค แต่ไม่เคยมีสีดำ สีจมูกเป็นสีนำ้ตาลอยู่เสมอ หางมักถูกขลิบเอาไว้ให้เหลือเพียงหนึ่งในสามเท่าของความยาวหาง ในสหรัฐพบพันธุ์นี้ได้น้อย
สูงเพียงไหล่ 19.5 - 23.5 นิ้ว นำ้หนัก 56 ปอนด์

วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553

พอยน์เตอร์เยอรมันขนสั้น German Shorthaired Pointer

กลุ่มพันธุ์สปอร์ต พอยน์เตอร์ Sporting Group- Pointer

"กลางวันเป็นหมาล่านก กลางคืนเป็นหมาฮาวด์" คือหมาที่พวกนักผสมพันธุ์ชาวอเมริกัน เขาพรรณาถึงเจ้าตัวที่นำมาจากเยอรมนีพันธุ์นี้ ขนที่สั้นมีประโยชน์สำหรับพันธุ์นี้ ได้จากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างเยอรมันพอยน์เตอร์เก่าแก่กับอิงลิชพอยน์เตอร์
พอยน์เตอร์เยอรมันเก่าแก่นั้นมาจากพอยน์เตอรืสเปน ซึ่งนำเข้าไปในเยอรมนีประมาณเมื่อ 300 ปี มาแล้ว ชาวเยอรมันก็ผสมเข้ากับหมาบลัดฮาวด์เพื่อให้เป็นหมาล่าสัตว์ที่พอจะล่านกชี้นกได้ในตอนกลางวันและตามกลิ่นสัตว์สี่เท้าได้ในยามคำ่คืน
ส่วนอังกฤษนั้นผสมพันธุ์ของสเปนเข้ากับฟอกซ์ฮาวด์และเกรย์ฮาวด์อีกด้วย เพื่อให้ฝีเท้าจัด
ในตอนปลายศตวรรษที่ 19 นักกีฬาภาคพื้นยุโรปเริ่มผสมเยอรมันพอยน์เตอร์ของตน เข้ากับพันธุ์อังกฤษที่โฉบเฉี่ยว โดยต้ังไว้ว่าจะได้หมาที่เร็วกว่าเดิมเพื่อยิงนก และยังมีจมูกไว มีเสียงเห่าดังก้องเหมือนหมาล่าสัตว์สี่เท้าคือหมาฮาวด์ สำหรับล่าสัตว์ตอนกลางคืน
ผลทีได้มาก็คือ เจ้าเยอรมันขนสั้นนี้แหละ แต่ยังไม่ได้มีฝีเท้าจัดจึงไม่ค่อยเห็นในสนามประกวดในทุ่งโล่งประชันกับพอยน์เตอร์หรือเซ็ตเตอร์ในสหรัฐ แต่หมาพันธุ์นี้ก็ดมกลิ่นตามดินอย่างถี่ถ้วนและความสามารถรอบตัวก็ดี สามัญสำนึกของมันก็ดี ก็ยังติดใจคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบรัฐภาคตะวันตกตอนกลางของสหรัฐ ไม่เพียงแต่จะชี้นกและแกะรอย แต่ยังเก็บนกได้ทั้งบนบกและในนำ้
เท้ามีผังผืดระหว่างซอกนิ้วและขนก็ไม่เปียกนำ้ จึงทำให้เป็นหมาล่านกนำ้ยอดนิยมในย่านเกรตเลกส์มาก
สีกับหางจู๋เป็นการจำแนกลักษณะมันไว้จากพวกพอยน์เตอร์ธรรมดา ขนที่ราบและแน่นเป็นสีตับอ่อน เข้ม และแต้มเป็นสีขาวและเป็นจำ้ๆ ก็มี
สูงเพียงไหล่ นิ้ว 21-25 นำ้หนัก 45-75 ปอนด์

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553

ไวมาราเนอร์ Weimaraner

กลุ่มพันธุ์สปอร์ต พอยน์เตอร์ sporting Group- pointer

ดวงตาสีนำ้เงินหรือสีอำพัน รูปร่างเพรียวและขนเป็นเงาวาววับ ในราชสำนักไวมาร์ได้พัฒนาหมาล่าสัตว์นี้ขึ้นมาเพื่อใช้ในเขตป่าสงวนพันธุ์สัตว์ธูริงเกียน ที่เป็นสายเลือดแรงในการล่าสัตว์ของหมาพันธุ์นี้ก็คือ พันธุ์ไวสต์ชุนเป็นหมาบลัดฮาวด์สีแดงเข้ม พันธุ์ไวมาราเนอร์นี้ในชั้นแรกก็ตามกวาง หมี และหมูป่าที่ดุร้าย พอสัตว์ใหญในเยอรมันนีเหลือน้อยและหายากเข้า ก็เลยหันมาล่าและเก็บนก พันธุ์นี้มาลงตัวเมื่อต้นศตวรรษที่ 1800 แต่ก็เลี้ยงกันอยู่เฉพาะด้วยความหวงแหน จนไม่ค่อยจะรู้จักกันกว้างขวางนอกพื้นถิ่นที่กำเนิด
ผู้ทีเป็นตัวกำหนดชะตาหมาพันธุ์นี้ก็คือสโมสรนักกีฬาและเจ้าของหมาชั้นสูง ซึ่งจะยอมผสมหมาเฉพาะที่มีมาตรฐานชั้นเยี่ยมยอดเท่านั้น และเก็บเอาเฉพาะลูกที่ดีที่สุดเอาไว้ พวก"ผู้คุมการผสมพันธุ์" จะท่องเที่ยวไปทั่วถิ่น โดยบงการว่าลูกหมาตัวไหนจะทำลายเสีย ไม่เลี้ยงไว้ให้เสียพันธุ์ เจ้าของหมาก็ถูกจำกัดไว้ให้เลี้ยงลูกที่เพาะมาได้คราวละ 3-4 ตัว หมาพันธุ์ไวมาราเนอร์ไม่เอาเข้าประกวดโชว์หรือประกวดในทุ่ง และหากสมาชิกสโมสรจำนวนสามคนโหวตว่า "ไม่" แล้ว คนนอกไม่มีสิทธิ์ได้ลูกหมาไปเลี้ยงเลย
ในปี 1929 นายโฮเวิร์ด ไนต์ นักกีฬาจากเมืองโพรวีเด็นต์ โรดไอส์แลนด์ ได้รับอนุมัติให้เข้าเป็นสมาชิกในสโมสรเยอรมันแห่งนี้ จึงเป็นครั้งแรกที่หมาไวมาราเนอร์ได้ตกเข้ามาสู่อเมริกา ตัวแรกที่นำเข้าโรดไอส์แลนด์ และอีก 6 ตัวที่สั่งเข้าไปภายหลัง ได้กลายเป็นต้นตระกูลพันธุ์ที่ดีในอเมริกา
ในปี 1943 สโมสรอเมริกันเค็นเนล ได้ลงมติยอมรับพันธุ์นี้เข้าไว้ในทำเนียบ เจ้านักล่าสีเทาเงินจึงได้ไต่เต้าเป็นหมายอดนิยม และน่าจะกล่าวไว้ด้วยว่าหมาไวมาราเนอร์ชื่อ ไฮดี ของ ดไวต์ ดี.ไอเซนฮาวร์ นับเป็นหมาตัวแรกที่อยู่ในทำเนียบขาว นับตั้งแต่เจ้าตัวของประธานาธิบดี แฟรงกลิน ดี.รุสเวลต์ ซึ่งเป็นพันธุ์สก็อตติ ชื่อ ฟาลา ความมีจมูกแม่นและฉลาดของมัน ทำให้ง่ายแก่การฝึกเจ้าหมาล่าตามลูกเนินที่ทรงพลังชนิดนี้ เป็นหมาโตเร็วและเป็นหมาที่เลี้ยงได้เชื่องมาก เป็นหมาที่ภูมิฐานและรักบ้านรักนายเป็นอย่างยิ่ง
สูงเพียงไหล่ 23-27 นิ้ว น้ำหนัก 55-58 ปอนด์

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

อิิงลิิิช พอยน์เตอร์ English Pointer




กลุ่มพันธุ์สปอร์ต -พอยน์เตอร์ Sporting Group- Pointer

เป็นหมาล่านกชั้นหนึ่งรูปร่างสวยเพรียว อันเป็นลักษณะที่ส่อถึงความรวดเร็วว่องไวและความทรหด เวลาออกตามกลิ่นปลายจมูกมักระดุกกระดิก กล้ามเนื้อเกร็งไปทั้งตัวพอนกกระทาขยับปีกนิดเดียวมันก็รู้เสียแล้ว เพราะหูของมันคอยฟังอยู่ทั้งเสียงนก เสียงปืน และเสียงทีนายสั่งอยู่ทุกขณะ
เชื้อสายของพันธุ์นี้ปรากฎในอังกฤษเมื่อประมาณ ค.ศ 1650 เจ้าของเอาไว้เสาะหาที่ซุ่มซ่อนของกระต่ายป่า แล้วตะเพิดกระต่ายออกมาให้หมาพันธุ์เกรย์ฮาวนด์วิ่งไล่กวด พอต้นศตวรรษที่18 เริ่มหันมายิงนกกันขึ้น พอยน์เตอร์พันธุ์นี้จึงมีบทบาทเป็นผู้ช่วยพระเอกก็คือเจ้าเกรย์ฮาวด์ แล้วมาเป็นดาราในการแสดงล่านกของหมา นอกจากพันธุ์เกรย์ฮาวด์แล้ว ยังมาเป็นพระเอกร่วมกับพันธุ์อื่นๆ อีกเช่น พวกพันธุ์เซ็ตเตอร์ ไอริช อิงลิช กอร์ดอน และไม่เคยเป็นลองใคร
แต่พอเกิดนิยม การยิงนกที่กำลังบิน ด้วยกระสุนตระกั่วลูกปรายกันขึ้น มันก็ไม่เร็วพอสำหรับนักกีฬาชาวอังกฤษไปเสียแล้ว เพราะพวกอังกฤษรักสัญชาตญาณในการ"ชี้นก" อันฉมังของมัน แต่ก็อยากจะได้หมาคู่ปืนที่ไม่ยืดยาดในถิ่นที่มีนก นักผสมหมาก็เลยเอาหมาพันธุ์สเเปนิชพอยน์เตอร์ อิงลิชฟ็อกซ์ฮาวนด์ บลัดฮาวนด์ และเกรย์ฮาวนด์มาผสมกัน ก็เลยได้หมาที่รวดเร็วว่องไวที่ชะเง้อคอสูงและดมกลิ่นนกจากที่สูงๆ ได้ดีเท่าๆ กับดมติดดิน ต่อมาก็เอาพันธุ์เซ็ตเตอร์เข้ามาผสมอีก ก็เลยได้พันธุ์อิงลิชพอยน์เตอร์มาใช้ในทุกภูมิประเทศ หมาพันธุ์ที่ผสมได้ใหม่นี้ได้จำแนกแจกจ่ายกันไปอย่างกว้างขวาง
ในประเทศอังกฤษซึ่งมีถินล่าสัตว์เล็กกว่าเมืองอื่น พันธุ์เซ็ตเตอร์เป็นที่นิยมมากกว่า ส่วนในสหรัฐน้ันจำเป็นที่ต้องใช้หมาที่รวดเร็ว ทำงานได้ในบริเวณกว้างขวางโดยควานไปตามพื้นดินอย่างละเอียดถี่ถ้วน และก็ไม่มีหมาพันธุ์ไล่นกบนเขาพันธุ์ไหนจะยอดเยี่ยมไปกว่าพันธุ์พอยน์เตอร์ ทั้งกำลังและความทรหด
พอยน์เตอร์เมื่อโตเต็มวัยจะพัฒนาได้เร็วกว่า พันธุ์เซ็ตเตอร์ มีความเป็นอิสระและชอบแข่งกันอยู่ในสัญชาตญานมากว่าเซ็ตเตอร์ เพราะฉะนั้นเวลามีการแข่งขัน"หมาล่านก"จึงมีพอยน์เตอร์เข้าประกวดในสนามที่สหรัฐมากกว่าพันธุ์เซ็ตเตอร์ 6 ต่อ 1
หมาพันธุ์พอยน์เตอร์จะเลี้ยงเอาไว้โชว์หรือจะเลี้ยงเอาไว้อวดความเก่งก็ได้พอๆกัน ขนที่เกรียนติดหนังของมันทำให้มุดซุ้มได้คล่อง นอกจากซุ้มที่หนาหนักหรือมีหนาม และเพราะขนที่เกรียนนี้เองจึงพอมองเห็นมัดกล้ามของมันได้ชัด มีสีขาว มีแต้มเป็นสีตับหมู สีมะนาว หรือสีดำ ทำให้มองเห็นได้ง่ายเวลาออกท้องทุ่ง
ลักษณะหัวเมื่อมองด้านข้างจะเป็นรูปเหลี่ยม คล้ายหัวของเซ็ตเตอร์แต่กว้างกว่า หางยาวตรงแข็งแรงและใหญ่เต็มที่โคนแล้วเรียวออกไปทางปลาย
ท่าทีสุภาพเรียบร้อย จัดว่าเป็นหมาล่าสัตว์อันดับผู้ดี จะเลี้ยงไว้เป็นหมาประจำบ้านก็น่ารัก ขนที่เกรียนเรียบก็ดูแลรักษาง่ายเวลาอยู่กับบ้าน
สูงเพียงไหล่ 24-27 นิ้ว นำ้หนัก 50-60 ปอนด์