วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ไอริิช เซ็ตเตอร์ Irish Setter



กลุ่มพันธุ์สปอร์ต เซ็ตเตอร์ Sporting Group- Setter

หมาพันธุ์ไอริชตัวสีแดงจ้านี้มีท่าทีภูมิฐานพอๆ กันกับเรี่ยวแรงแข็งขยัน รักนาย เวลาออกทุ่งซึ่งต้องอาศัยแรงทรหด หนักเอาเบาสู้ไม่ท้อแท้ ไม่เพียงแต่รับใช้อย่างดีหากแต่ยังเป็นเพื่อนที่สุภาพที่สุด น่ารักที่สุด และอายุยืนยิ่งนัก
ส่วนต้นตอพันธุ์นี้ยังเลือนราง บ้างก็ว่าเป็นพันธุ์ที่ผสมระหว่างไอริช วอเตอร์ สแปเนียล กับไอริชเทอร์เรียร์ ที่เชื่อๆ กันอยู่ว่ามาจากสารพัดพันธุ์ที่ผสมกัน ระหว่างสแปเนียล พอยน์เตอร์ เซ็ตเตอร์ อิงลิชและกอร์ดอน ไอริชเซ็ตเตอร์รุ่นแรกๆ ไม่ใช้สีแดง แต่เป็นสีขาวแต้มแดง มีการตั้งรางวัลในไอร์แลนด์สำหรับไอริชเซ็ตเตอร์ที่มีขาวแต้มแดง แต่ก็มีน้อยตัวเต็มที เซ็ตเตอร์ที่ขนเป็นเส้นไหมสีแดงเปลือกมะฮอกกานีที่รู้จักกันครั้งแรก ปรากฎเมื่อต้นศตวรรษที 19 เรียกๆ กันว่า "สแปเนียลแดง"หรือ madradh ruadh (หมาแดง)
เวลาออกเดินโชว์ในสหรัฐหรืออังกฤษ ไม่มีตัวไหนจะได้รับการปรบมือมากเท่าไอริชเซ็ตเตอร์ เพราะความงามแบบหมาๆ ของมันถึงขั้นจริงๆใช่ว่าจะรักนิยมมันเพียงแค่ขนสวยงามมันวาวราวกับลูกเกาลัดแก่ๆหากรวมทั้งทีท่าแบบหมาชั้นสูงที่เดินอวดโฉมรอบเวทีนั้น ด้วยมันย่างก้าวราวกับดรัมเมเยอร์ หัวเชิดเป็นสง่า คนดูชอบกันนักเวลาไอริชเซ็ตเตอร์มันยางเดิน
โดยปกติก็สูงกว่าอิงลิชและกอร์ดอนเซ็ตเตอร์ รูปร่างเพรียว รวดเร็วว่องไว ขายาว ไหล่ลาด ประสาทไวรวมแล้วเสมือนม้าแข็งเลือดบริสุทธิ์ ไอริชนี้เจ้าอารมณ์อยู่สักหนอย เวลาฝึกจึงต้องใช้ความเพียรมากกว่าพันธุ์อื่น เป็นหมาสำหรับใช้ในทุ่ง ใครถือปืนล่านกกันที่ไหนต้องเจอพันธุ์นี้ที่นั้น
ไอริชเซ็ตเตอร์เป็นหมาที่ต้องปล่อยให้โตขึ้นมาตามธรรมชาติ จนกระทั้งมีอายุมากพอที่จะเข้าใจถึงความมุ่งหมายของมัน ซึ่งอาจจะตอน 6 เดือนถึง 18 เดือนก็ได้ ไม่ครวเลี้ยงรวมกันจนแออัด บางครั้งต้องลงโทษกันบ้างตามสมครว หากทำกับมันรุนแรงไปมันก็อาจหมดกำลังใจสิ้นความอยากจะล่าไปเสีย นักเพาะหมาพยายามที่จะแก้นิสัยของไอริชเซ็ตเตอร์ ที่โน้มไปทางชี้นกด้วยหางที่ไม่ค่อยสูงเท่าอิงลิชเซ็ตเตอร์หรือพอยน์เตอร์ ที่ชี้นกด้วยหางชูโด่ และพันธุ์นี้ก็สู้สองพวกแรกที่กล่าวถึงไม่ได้ การพุ่งพรวดตามนกออกไปในระยะไกลมันสามารถตรวจภูมิประเทศที่แคบได้อย่างถี่ถ้วน ทำงานร่วมกันกับคนปืนได้ดี ในป่ายามฤดูใบไม้ร่วงที่มองไปทางไหนก็เป็นสีนำ้ตาลและเงาครึ้ม สีขนที่เข้มแม้จะสวยแต่ก็เสียอยู่อย่างคือมองเห็นมันได้ยากกว่าพันธุ์ที่ขนขาวๆ
สีลูกเกาลัดอมสีทองอันเจิดจ้านั้นต้องไม่มีรอยแต้มดำ สีขาวบนหน้าอก ลำคอ หรือนิ้วเท้า หรือเป็นแด่นเล็กๆ ที่หน้าผาก หรือเป็นแนวขีดเส้นแคบๆ หรือแด่นที่จมูกหรือที่หน้า ไม่ถือว่าเป็นลักษณะเสีย
สูงเพียงไหล่ 24-26 นิ้ว นำ้หนัก 50-60 ปอนด์

วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553

อิิงลิิชเซ็ตเตอร์ English Setter



กลุ่มพันธุ์สปอร์ตเซ็ตเตอร์ Sporting Group- Setter
เป็นหมาพันธุ์เลือดบริสุทธิ์ที่สวยที่สุดของโลกพันธุ์หนึ่งทีเดียวและความสวยนั้นลึกเกินกว่าที่เห็นกันอยู่เพียงผิวนอก มองตั้งแต่หัวที่เหมือนสลักเอาไว้เข้ารูป ไปจนถึงปลายหางแลดูเป็นพู่แล้วเรียวปลาย ก็ส่อให้เห็นได้ถึงความสง่างามและแววเฉลียวฉลาด ท่าทีอันเรียบร้อยของมันบอกให้เห็นถึงลักษณะอันน่ารักและเลือดสืบสายผู้ดีแบบหมาๆ ของมันได้ชัดเจน
นับเป็นเวลาถึงสี่ร้อยปีหรือกว่านั้นมาแล้ว ที่หมาพันธุ์นี้เป็นเพื่อนร่วมใจนักล่านานนับก่อนที่จะกำเนิดปืนลูกซองขึ้น บรรพสุนัขของอิงลิชเซ็ตเตอร์ ซึ่งเรียกกันแต่ก่อนว่า "เซ็ตติงสแปเนียล" ก็ชี้ให้นายเอาข่ายดักนกได้แล้ว ได้รับการฝึกให้ย่องเข้าหานกอย่างเงียบๆ แล้วก็ "เซ็ต" คือนั่งหรือหมอบ ขณะที่พรานเอาตาข่ายคลุมนก
ต่อมา "เซ็ตติงสแปเนียล" เหล่านี้ ได้ถูกฝึกให้ชี้นกเหมือนอย่างหมาของพรานปืนในปัจจุบัน ในยุคนั้นอาจจะมีพันธุ์พอยน์เตอร์ของสเปนหรืออังกฤษเข้ามาผสมข้ามพันธุ์บ้าง เพื่อเพาะหมาสำหรับล่าในทุ่งและเพื่อทำให้มีสัญชาตญาณในการชี้นกได้แข็งขันขึ้นตามสายเลือด จะอย่างไรก็ตามพันธุ์เซ็ตเตอร์ก็ได้แผกออกไปจากสแปเนียลโดยส่วนสัดคือ บางกว่าและสูงกว่า หัวก็ยาวกว่า และหางพวง
โดยที่เป็นหมาพรานโดยกำเนิด มันจึงเป็นหมาประจำปืนที่อาศัยได้ทุกอากาศและภูมิประเทศ เวลามีการประลองฝีมือการล่านกในสนาม อิงลิชเซ็ตเตอร์นี้นับว่าเป็นหมาเข้าแข่งขันที่นิยมกันมากที่สุด มันจะทำงานได้ยอดเยี่ยม ถูกฝึกมาอย่างไม่รีบร้อนหรือเร่งรัดเพราะหากมันได้ค่อยๆ เรียนรู้ของมันเองเสียหนหนึ่งแล้วมันจะไม่ลืมหรือละทิ้งบทเรียนของมันเลยทีเดียว
ในปี 1825 นายเอ็ดเวิร์ด ลาเวอร์แร็ก ชาวอังกฤษ ได้เลี้ยงหมาพันธุ์บริสุทธิ์นี้ไว้ฝูงหนึ่ง และเพื่อนชาวเวลช์ นายอาร์ แอล เพอร์เซล เลเวลลิน ซึ่งผสมข้ามพันธุ์เลือดอิงลิชเซ็ตเตอร์อื่นของลาเวอร์แร็ก
แบบของลาเวอร์แร็กนั้นส่วนใหญ่มุ่งให้เป็นหมาโชว์ ส่วนของเลเวลลินซึ่งตัวเบากว่าและปราดเปรียวกว่านั้นมุ่งไปทางล่าสัตว์
ในทางรูปร่างนั้น อิงลิชเซ็ตเตอร์เปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อยในช่วงสองสามร้อยปีที่ผ่านมา และถือว่าการทำงานของมันนั้นเป็นพื้นฐานหลัก รูปร่างของมันจึงค่อนไปทางหมาพอยน์เตอร์ มีความรวดเร็วน้อยกว่า แต่ก็มีความระวังระไวมากกว่า
หมาเซ็ตเตอร์จงรักภักดีต่อนายของมันยิ่งนัก จะเห็นได้จากแววตาอันเฉลียวฉลาดของมัน หน้าผากของมันกว้าง ขนก็ยาวสลวยและเกือบจะเป็นเส็นเหยียดตรง โดยมีขนยาวตามแนวด้านหลังของขาทั้งหน้าและหลัง และท้องหางสีพื้นของลำตัวเป็นสีขาว โดยมีทั้งแต้มและป้ายสลับตามตัวเป็นสีดำบ้าง สีส้มบ้าง ไม่ก็สีตับ หรือสีมะนาว ส่วนสีที่แต้มมากๆ นั้นถือกันว่าไม่เหมาะจะเป็นหมาโชว์
ใต้ขนที่นุ่มวาวเป็นเส้นไหมนั้นจะเป็นกล้ามเนื้อที่แกร่งและทรงกำลัง
สูงเพียงไหล่ 22-25 นิ้ว นำ้หนัก 50-70 ปอนด์

วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553

อเมริกัน วอเตอร์ สแปเนียล American Water Spaniel





กลุ่มพันธุ์สปอร์ต สแปเนียล Sporting Group- Spaniel

เป็นหมาพันธุ์บ้านนอกที่มีถิ่นกำเนิดที่ออกจะรางเลือนแต่ยอมรับกันว่าเป็นวอเตอร์สแปเนียลพันธุ์อเมริกัน เพราะเป็นเพียงหมาไม่กี่พันธุ์ที่อเมริกันเพาะเลี้ยงขึ้นมา เป็นหมาที่ล่าสัตว์ได้รอบตัวหลังจากสงครามกลางเมืองโดยเฉพาะทางภาคตะวันตกตอนกลาง ซึ่งเป็นถิ่นที่เพาะพันธุ์อย่างจริงจังหลายชั่วอายุคน หมาแคล่วคล่องจอมทรหดพันธุ์นี้ ไล่เกมได้ทั้งจากที่ลุ่มเป็นพรุหรือที่ที่เป็นสุมทุมบนบก และเป็นหมาเก็บเหยื่อที่หาพันธุ์อื่นทัดเทียมได้ยากในซุ้มที่ทึบที่สุดหรือในกระแสนำ้อันเย็นเฉียบเป็นนำ้แข็ง มันสามารถเสาะหาเหยื่อที่ถูกยิงแล้ว เช่น กระต่าย นกกระทา ไก่ดง ไก่ฟ้า หรือเป็ดนำ้ ได้อย่างรวดเร็ว
ตัวสั้นและเบากว่าญาติชาติไอริชของมันประมาณ 20 ปอนด์ และดูจะมีลักษณะค่อนไปทางสแปเนียลแท้มากกว่า ขนหนาๆ ทีปรกตัวมันนั้นหยิกและขมวดน้อยกว่า ขนบนหัวและที่ขาก็เรียบเหยียด สีขนนั้นมีตั้งแต่สีช็อคโกแลตแก่ไปจนถึงสีตับหมู หางเป็นพวงเหยียดๆ และกระดิกอยู่เสมอส่อถึงอารมณ์ดี ท้ังทีเป็นหมาทำงานในสนามอย่างหนักอยู่เป็นนิจ แต่ไม่เคยได้ออกโชว์กับเขาเลยจนกระทั้งปี 1940 เป็นหมาที่มีสัดส่วนดีและน่ารัก เป็นหมาล่าที่ขันแข็งและละเอียดรอบคอบ ทั้งยังเป็นหมาในบ้านอยู่กับครอบครัวและเฝ้าบ้านที่น่าพึงใจเป็นอย่างยิ่ง
สูงเพียงไหล่ 15-18 นิ้ว นำ้หนัก 28-40 ปอนด์

วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ไอริช วอเตอร์ สแปเนียล Irish Water Spaniel


กลุ่มพันธุ์สปอร์ต สแปเนียล Sporting Group- Spaniel

บนหัวเป็นกระจุกเหมือนพันธุ์อัฟกานฮาวนด์ ขนหยิกๆ เหมือน "หมานำ้" ของอังกฤษแต่ก่อน มีหน้าเกลี้ยงๆ สองข้างแก้มและหางเรียวเหมือนพอยน์เตอร์ และมีหูกับท่วงท่าเหมือนพูเดิลตัวใหญ่ มีต้นตระกูลย้อนหลังไปเช่นเดียวกับพันธุ์สแปเนียลบกถึงแหลมไอเบอเรียน นานนับเป็นศตวรรษๆ มาแล้ว ที่ได้มีสายเลือดผูกพันใกล้ชิดระหว่างรูปร่างพื้นฐานของหมาสแปเนียล พันธุ์สเปน ไอร์แลนด์ และไอริชที่เป็นประเภทหมานำ้(ซึ่งส่วนมากเชื่อกันว่ามาจากพันธุ์หมานำ้ของโปรตุเกส) เมื่อต้นศตวรรษที่ 19 นายจันติน แม็คคาร์ธี ผู้เพาะเลี้ยงสายพันธุ์ "หมาภาคใต้" สีตับหมูหรือสีนำ้ตาลเข้ม สายเลือดนี้เปลี่ยนไปเล็กน้อยจากคำพรรณาของแม็คคาร์ธีที่เขียนไว้เมื่อ 100 กว่าปีก่อนว่า "หัวของมันน่าจะเป็นหัวจุกเห็นได้ชัด ไม่ปรกเรี่ยราดลงมาเหมือนอย่างหมาพันธุ์นำ้ธรรมดา ๆ แตไต่ลงมาจากบนหัวเรื่อยลงมาบนหน้าผากจดดั้งจมูก ที่ลำตัวเต็มไปด้วยขนหยิกเป็นลอนเล็กๆ ที่มักจะพันติดกันเป็นสังกะตังในฤดูผลัดขน หางกลมโดยไม่มีขนห้อยอยู่ใต้ท่อนหางซึ่งสั้นและแข็งโด่ สีขนก็เป็นสีตับหมูไม่มีแต้มขาวเลย "
เมื่อข้ามทะเลไอริชมาสู่อังกฤษนั้น หมาพันธุ์ไอริชไม่เคยได้รับความนิยมเลย แต่อีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติกพันธุ์นี้ปักหลักอยู่อย่างมั่นคงโดยเฉพาะในแถบสหรัฐภาคใต้ ซึ่งจะเห็นได้ทั้งในสนามล่าและตามงานโชว์หมา
ไอริช วอเตอร์ สแปเนียล เป็นหมาที่ว่ายนำ้แข็งอย่างทรหด และขนของมันนั้นเองที่ปกป้องจากนำ้ที่เย็นจัดที่สุดได้ บ้างก็ใช้มันเป็นหมาบก แต่ขนาดของมันซึ่งสูงกว่าสแปเนียลทั้งปวงทำให้มันช้าในยามที่มุดซุ้ม แต่ถ้าพาไปตามพรุหรือที่ลุ่มหนองคลองบึง ซึ่งพอมีโอกาสได้โจนตามเป็ดนำ้ที่ถูกยิงตกจะเห็นได้ทันทีว่า ไอริช วอเตอร์ สแปเนียลพันธุ์นี้วิเศษยังไง
สูงเพียงไหล่ 21-24 นิ้ว นำ้หนัก 45-46 ปอนด์


วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บริตทานี สแปเนียล Brittany Spaniel



กลุ่มพันธุ์สปอร์ต สแปเนียล Sporting Group- Spaniel

จากแคว้นบริตทานีของฝรั่งเศสที่สแปเนียลพิเศษพันธุ์นี้ได้กลายเป็นขวัญใจของบรรดานักกีฬาอเมริกัน เป็นพันธุ์สแปเนียลที่แผกออกไปสแปเนียลพันธุ์อื่นๆ ไล่สัตว์ให้ออกจากที่ซ่อน แต่พันธุ์นี้มันชี้เหยื่อของมันเหมือนกับพันธุ์เช็ตเตอร์ และยังมีลักษณะนอกกรอบพันธุ์สแปเนียลอีกอย่างหนึ่งคือมีหางสั้นจู๋อยู่นิดเดียว เป็นพันธุ์ที่ใหม่ในอเมริกา แต่เป็นพันธุ์ล่าสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดพันธุ์หนึ่งในยุโรป ต้นตระกูลอยู่เรียงรายไปตามแนวชายฝั่งเบรตองของฝรั่งเศส ซึ่งบ้างก็ว่าย้อนไปจนถึงสมัยกลางต้องมาจากพันธุ์สเปน พันธุ์เดียวกันกับที่มาเพาะเลี้ยงเป็นพันธุ์อังกฤษแต่มีขายาวกว่า และแบบของการล่าของมันก็คล้อยไปทางพันธุ์เช็ตเตอร์ ซึ่งอาจจะมีต้นตระกูลร่วมกับพันธุ์ไอริชเช็ตเตอร์ บริตทานีหางกุดตัวแรกนั้นเกิดในหมู่บ้านเบรตองแห่งเมืองปองตูเมื่อ 150 ปี เมื่อผสมในสายเลือดเดียวกันนานๆ เข้าสายเลือดก็เสื่อมลง แต่พอเปลี่ยนศตวรรษ อาร์เธอร์ เอโนด์ชาวฝรั่งเศสก็เอาพันธุ์พอยน์เตอร์ของฝรั่งเศสและอิตาลีเข้ามาผสมเพื่อรักษาสายเลือดของมันไว้ และเพื่อรักษาคุณภาพของต้นตระกูลมันด้วย ทุกวันนี้บริตทานีมีขายาวและแคล่วคล่อง มีขนหนาสีขาวแต้มด้วยสีส้มและนำ้ตาลแก่ เส้นขนที่ราบแบนๆ หรือหยิกหยักศกนั้นไม่เงาเป็นเส้นไหมเหมือนสแปเนียลพันธุ์อื่น หนังหย่อนๆ เป็นเครื่องกันหนามเกี่ยวได้อย่างดี ในช่วงเวลาไม่กี่สิบปี บริตทานีไปปรากฏโฉมที่สหรัฐมันก็ได้ทำชื่อไว้ลือลั่นทั่งสนามล่านก ทั้งบนเวทีประกวด และในบ้านเรือน
สูงเพียงไหล่ 17.5 -20.5 นิ้ว นำ้หนัก 30-40 ปอนด์

วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ฟีลด์ สแปเนียล Field Spaniel


กลุ่มพันธุ์สปอร์ต สแปเนียล Sporting Group- Spaniel

ตอนที่คนไปเห่อหมาแบบแฟชั่นกันเสียหมด เล่นเอาพันธุ์นี้แทบสาปสูญไปทีเดียว แต่มันก็วกกลับมาได้อย่างโดดเด่น มันถูกผสมขึ้นมาสำหรับให้ล่าในสุมทุมทึบโดยเอาพันธุ์เวลช์ค็อกเกอร์ไปผสมข้ามพันธุ์กับซัสเซ็กซ์จึงได้พันธุ์ค็อกเกอร์ที่ตัวหนักกว่าบึ้กบั้กกว่าออกมา นักล่านกจึงเริ่มหันมานิยมพันธุ์นี้
แล้วต่อมาในสมัยวิกเตอเรีย ก็นำมาผสมอีกให้เป็นหมาโชว์ โดยให้มีตัวยาว ขาสั้น ตัวยิ่งยาวและเตี้ยเท่าไหร่ก็ยิ่งมีราคาแพง พวกนักล่านกเลยเรียกพันธุ์อย่างนี้ว่า "หมาหนอน" เคราะห์ดีที่ความนิยมอย่างนี้มาเลิกร้างไป หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 พันธุ์ฟีลด์ สแปเนียลจึงกลับมามีขนยาว รูปร่างลำ่สันกันใหม่ ทุกวันนี้ถือกันว่าเป็นเพื่อนล่าสัตว์ที่มีสัดสวนดีมาก และเป็นนักเก็บนกชั้นดีทั้งบนบกและในนำ้ มันมีส่วนผสมของความงามและประโยชน์ในการใช้งานที่เหมาะ มีขนเงาเป็นเส้นไหมวาววาม "ราวกับขนกานำ้" แม้จะไม่นิยมอย่างพันธุ์สปริงเกอร์หรือค็อกเกอร์ก็ตาม แต่ก็เป็นหมาที่ทำงานได้ขันแข็ง หนักเอาเบาสู้ไม่ท้อถอย ตัวไม่โตจนเทอะทะ จะไล่นกไล่สัตว์จากใต้ซุ้มก็ว่องไว
สูงเพียงไหล่ 18 นิ้ว นำ้หนัก 35-50 ปอนด์

วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553

คลัมเบอร์สแปเนียล Clumber Spaniel


กลุ่มพันธุ์สปอร์ตสแปเนียล Sporting Group- Spaniel

ในทศวรรษที่ 1760 ท่านดุ๊กแห่งโนเอยย์ ในฝรั่งเศส ได้ประทานของขวัญแก่เพื่อนของท่านคือท่านดุ๊กแห่งนิวคาสเซิล เป็นหมาพันธุ์สแปเนียลตัวโตๆ หลายๆ ตัว ซึ่งท่านเพาะพันธุ์เอาไว้จนสามารถล่าสัตว์ได้ยอดเยี่ยม ท่านดุ๊กนิวคาสเซิลเลี้ยงไว้ที่คลัมเบอร์พาร์ก อันเป็นคฤหาสน์ในชนบทแบบอังกฤษ และ ณ ทีนั้นเอง ได้เพาะพันธุ์หมาเหล่านี้มาจนกลายเป็นพันธุ์ที่มีชื่อเสียงพันธุ์หนึ่งของอังกฤษมาจนบัดนี้
สแปเนียลจากคลัมเบอร์ เริ่มปรากฎตามคฤหาสน์ในชนบทของชนชั้นสูงเวลาออกล่าไก่ฟ้ากัน มันจึงเป็นหมาตัวโปรดของในวังมาหลายรัชสมัยและจัดว่าเป็น "หมาผู้ดีในกระบวนสแปเนียล" ด้วยกัน หมาพันธุ์นี้ออกล่านกกันเป็นทีม มันดาหน้ากันออกไปเป็นสิบราวกับทหารรุกตลอดแนว ซึ่งนับว่าน่าดูมาก มันวิ่งดาหน้าอย่างพอดีๆ ไม่เร็วนักเพือให้ปืนตามทันได้ แล้วมันจะค้นหาไม่ว่าจะเป็นสัตว์ปีกหรือสัตว์สีเท้าให้เตลิดจากที่ซ่อนโดยไม่เห่าสักนิดเดียว พอมีเสียงบินพรึบหรือเสียงปืน มันจะลงหมอบพร้อมกันหมด ราวกับนัดกันและเจ้าตัวไหนอยู่ใกล้นกที่ถูกยิงตก เจ้าตัวนั้นจะเป็นตัวที่เก็บ และแนวหมานี้ก็เคลื่อนที่ต่อไปเหมือนกับทหารอย่างไรอย่างนั้น
ตัวยาวและมีขาที่แข็งแรง พันธุ์คลัมเบอร์จึงเป็นสแปเนียลที่เทียบกันได้อย่างพันธุ์บาสเซ็ตกับพวกฮาวด์ ตัวสูงกว่าชนิดค็อกเกอร์เพียงหนึ๋งหรือสองนิ้ว แต่นำ้หนักตัวมากถึง 40 ปอนด์ ก็มี
พันธุ์นี้นับว่าตัวหนักที่สุดในกลุ่มสแปเนียล แต่ก็คล่องแคล่วว่องไว อารมณ์ดี ฝึกง่าย และจมูกไว สำหรับล่านกหรือจะเลี้ยงเป็นหมาในบ้านก็น่ารัก ขนที่ยาวเหยียดประดุจเส้นไหมนั้นสีขาว จะมีแต้มเป็นสีนำ้ตาลนิดหน่อยบริเวณหัว สูงเพียงไหล่ 17-18 นิ้ว นำ้หนัก 35-36 ปอนด์