วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์Hound Group แบล็ก แอนด์ แทน คูณฮาวนด์ Black and Tan Coonhound




แบล็ก แอนด์ แทน คูณฮาวนด์ Black and Tan Coonhound





เป็นผู้เชี่ยวชาญในการล่า ยามคำ่คืนในป่าที่แสนมืด เป็นหมาแกะรอยหนึ่งในหลายพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงกันขึ้นมาในภาคใต้ของสหรัฐ มีเชื้อสายมาทางฟ็อกซ์ฮาวนด์ของเวอร์จิเนียมาแต่สมัยล่าเมืองขึ้น และบลัดฮาวนด์ซึ่งมีเชื้อสาย ทัลโบต์ฮาวนด์ของเผ่านอร์มัน หูที่ตูบห้อยลงมากวัดแกว่ง ตลอดจนหางที่เรียวยาวนั้น ดูแล้วค่อนไปทางบลัดฮาวนด์อยู่มาก แม้ว่านำ้หนักตัวจะน้อยกว่า และหนังย่นน้อยกว่า แต่สีของมันน้ันคงเดิม คือแบล็ก แอนด์ แทน ที่แกะรอยได้เก่งนั้นก้เป็นเพราะเชื้อสายของมันนั้นเป็นเลิศอยู่แล้วในเรื่องนี้ แม้จะไม่รวดเร็วแต่ก็ทรหดและละเอียดลออ สู้ได้ทุกภูมิประเทศ
นักเพาะหมาพยายามอย่างยิ่ง ที่จะให้เป็นหมาที่เฉียบแหลมและทรหด แบล็ก แอนด์ แทน พันธุ์นี้จึงเป็นหมาล่าแร็กคูนพันธุ์แรกที่ได้รับการยกย่องยอมรับนับถือของสโมสรหมาอเมริกันเมื่อปี 1945
สูงเพียงไหล่ 23-27 นิ้ว นำ้หนัก 55-65 ปอนด์

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์Hound Group บีเกิล Beagle


บีเกิล Beagle

เป็นหมาเรียบร้อยและสะอาด และเมื่ออยู่ในบ้านมักจะไม่เห่า ด้ายหางที่กระดิกน้อยๆ และหูตูบที่กระพือไปมา มันก็มักจะเล่นกับเด็กอย่างสนุกสนาน เวลาเด็กๆเจ็บป่วย บางทีมันก็รู้จักปลอบด้วยการเข้าไปเลีย แต่กระนั้นเองยามที่ออกไปพักผ่อนสุดสัปดาห์ในชนบทกับเจ้าของ หมานิสัยเรียบร้อยตัวนี้จะลุยตามทุ่งตามป่าไม่ลดละด้วยความทรหด ปากก็บรรเลงไปด้วยเสียงอันแหลมให้กระต่ายป่าตื่น
ไม่ว่ากระต่ายพันธุ์ไหนมักเป็นคู่อริของมันเสียทั้งนั้น เพราะบรรพสุนัขเชื้ออังกฤษของมันนั้นเคยล่ากระต่ายมาตั้งแต่สมัยพระนางอลิซเบทที่ 1 โน้นแล้วโดยเลี้ยง "บีเกลนักร้อง " เอาไว้ทั้งฝูง เมื่อกาลเวลาล่วงไป สายเลือดนี้เลือดนี้ก็ได้พัฒนาติดต่อกันมา ในกลางศตววรษที่ 19 พาร์สัน ฮันนีวูด แห่งเอ็สเซ็กซ์ ได้พัฒนาสายพันธุ์เป็นที่ถูกอกถูกใจ และถูกตา บรรดานักกีฬาอย่างยิ่ง ทำให้เกิดเป็นทีนิยมกันอย่างกว้างขวางในเกมกีฬานี้ตลอดไปจนถึงหมาเองด้วย
หมาฮาวนด์ ของฮันนีวูดจัดเป็นหมาบีเกิลยุคใหม่ชุดแรก ดูๆแล้วเหมือนอิงลิชฟ็อกซ์ฮาวนด์แบบย่อส่วน เพราะมันคอยกระตุ้นให้เหยื่อต้องขยับตัวอยู่เสมอ แต่ไม่ทิ้งระยะห่างจากพรานนัก ขาตรง ยาว และมีขนสีเดียวกับฟ็อกซ์ฮาวนด์ หูตกมาถึงเกือบปลายจมูก ตาที่ห่างกันนั้นดูอ่อนโยนและวิงวอนในแววตา แต่กระนั้นก็มีประกายแวววาวด้วยความรักสนุก
เวลาปล่อยออกไปในดงกระต่ายป่า ฝูงบีเกิลจะขยายแถวกันออกไปเพื่อแกะรอยกลิ่น ส่วนหางก็โบกสะบัดไม่หยุด หากพบรอยหรือกลิ่น ก็มักจะส่งสัญญาณด้วยความตื่นเต้น นักล่ามักจะแต่งตัวด้วยเสื้อนอกสีเขียวตัดชั้นในสีขาว พอเห็นว่าจะลำ้หน้าเจ้านายไปมาก ก็จะหยุดรอ พอนายมาก็ควบกันต่อ โดยบรรเลงเพลงหมาไป
โดยที่เห็นว่ามันถูกกว่า จัดง่ายกว่าการขี่ม้าล่าหมาจิ้งจอกเป็นอันมาก การใช้หมาบีเกิลก็เลยเป็นที่นิยมกันขึ้นในสหรัฐ หลังจากที่หมาบีเกิลรุ่นใหม่ถูกนำเข้าไประหว่าง ทศวรรษที่ 1880และในปี 1890 นั้น ชาวเมืองนิวอิงก์แลนด์ก็ได้คิดค้นวิธี การใหม่ขึ้นคือ มีการประกวดความสามารถของหมาในการล่ากระต่าย โดยใช้หมาเป็นคู่ๆ หมาไม่จำเป็นจะต้องตามไปฆ่ากระต่ายให้ได้เพื่อเอาคะแนนชนะเลิศ และหมาตัวใดที่ตามสะเปะสะปะก็จะถูกตัดคะแนน ตัวไหนถูกตัดคะแนนน้อยสุดตัวนั้นชนะ หมาบีเกิลแข่งขันกันเป็นสองรุ่น รุ่น ตัวสูงขนาด 13-15 นิ้ว อีกรุ่น หนึ่งสูงตั้งแต่ 13 นิ้วลงมา เป็นแบบ " บีเกิลกระเป๋า " ของอังกฤษ
จะตัวเล็กหรือใหญ่ ก็ตาม หมาบีเกิลมันก็ใช้พลังของมันอย่างไม่ยอมแพ้ในการทดสอบภาคสนามหรือการล่าจริง ๆ ในทุ่งนักล่าย่อมจะรู้ทีท่าอันกระตือรือร้นของมันได้ดีเวลาใกล้เหยื่อเข้าไป
ในบ้านของคนอเมริกันนับพันนับหมื่นก็เลี้ยงเจ้าบีเกิลที่น่ารักนี่ไว้เป็นเพื่อน และสิ่งที่มันพอจะตามกลิ่นตามรอยได้ในยามนั้นก็คือ รองเท้าแตะของนายมัน
สูงเพียงไหล่ 10-15 นิ้ว นำ้หนัก 20-40 ปอนด์

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์Hound Group ฮารีเออร์Harier




ฮารีเออร์ Harier


ฮารีเออร์นั้นดู ๆ แล้วเหมือนหมาฟ็อกซ์ฮาวนด์อังกฤษตัวย่อม ๆ ทั้งหัวและจมูกก็เหมือนกัน ตีนเหมือนแมวคล้ายกัน หลังตรง ขาตรง สีก็ยังเหมือนกัน นอกเสียจากว่าฮารีเออร์สายเลือดแท้นั้นด่างเป็นสีฟ้า ความจริงแล้วบรรดาผู้เชี่ยวชาญเขาว่าฮารีเออร์ก็เป็นฟ็อกซ์ฮาวนด์ที่เพาะพันธุ์ให้ย่อมลงมาหน่อยเท่านั้นเอง

ยามที่มันโจนไปตามทุ่งตามไร่ในอังกฤษมันก็บรรเลงเพลงหมาของมันไปยามท่ีแกะรอยกระต่ายป่า ในอังกฤษสมัยกลางนั้น การล่ากระต่ายป่าเป็นกิจกรรมยามว่างของคนยากไร้ พวกลูกไล่ต่างก็รวมตัวกันพร้อมกับหมาแล้วก็วิ่งเหยาะตามฝูงหมาไป พวกผู้ดีก็ขี่ม้าตามบ้างเห็นว่าเข้าท่าสนุกดี มีจดหมายเหตุบันทึกไว้ตอนหนึ่งเกี่ยวกับพระเจ้าเจมส์ที่ 1 ว่า " เอากระต่ายป่าใส่ตระกร้าไปปล่อยในทุ่งแล้วให้หมาไล่นั้นเป็นกีฬาอันวิเศษนักสำหรับพระเจ้าอยู่หัว " ทุกวันนี้นักล่าก็เลยขี่ม้ากันหมด

หมาพันธุ์นี้รู้จักกันในอเมริกาตั้งแต่สมัยแสวงหาเมืองขึ้น แต่ทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยได้เห็นกันนัก ญาติของมันที่ตัวย่อมกว่าคือพันธุ์บีเกิลนั้นเหมาะกว่าสำหรับจะล่ากระต่ายอเมริกัน


สูงเพียงไหล่ 19-21 นิ้ว นำ้หนักประมาณ 40 ปอนด์

วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553

กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์Hound Group อิ็อตเตอร์ฮาวนด์Otterhound



อ็อตเตอร์ฮาวนด์ Otterhound

ดูแล้วก็เหมือนกับพันธุ์บลัดฮาวนด์ที่สวมขนแกะ มีขนที่ยุ่งยิ่งไปต้ังแต่บนหัวจนจรดหาง ลูกตาที่จมลึกอยู่ในเบ้าตา และจมูกบานก็โผล่ออกมาระหว่างหนวดกับเคราที่รุ่มร่าม
พันธุ์นี้มีอยู่น้อยในอเมริกา แต่ฮาวนด์พันธุ์นี้แหละที่ไล่กวดตัวนากตามลุ่มนำ้ลำธารที่มีปลาชุกชุม ไม่มีใครสืบสาวรู้ต้นกำเนิดของพันธุ์นี้แน่นอน รู้กันคร่าวๆ เพียงว่านอกจากสายเลือดบลัดฮาวนด์แล้ว ก็ยังมี เซาเทิร์นฮาวนด์ เวลช์ ฮารีเออร์ วอเตอร์สแปเนียล และเวนดีลฮาวนด์ ผสมอยู่ในสายเลือดอย่างละนิดละหน่อย
อ็อตเตอร์ฮาวนด์เหมาะที่สุดสำหรับที่จะฝ่าความหนาว ลุยนำ้ หรือทรหดในกีฬาที่เอามาตั้งชื่อของมันคือ ลำตัวนาก เท้่าที่มีพังผืดระหว่างนิ้วช่วยให้ว่ายน้ำได้แข็ง ขนที่ชุ่มนำ้มันอยู่ในขนชั้นในนั้นทำให้ตัวอุ่น จมูกไวก็ดมไปเรื่อ
ยๆ ตามฝั่งลำธารในยามรุ่ง เสาะหากลิ่นที่พวกนากทิ้งเอาไว้ยามคำ่คืน พอจับกลิ่นได้เมื่อใด เสียงอันทุ่มตำ่ของมันก็บรรเลง เตือนให้นักล่าที่เดินตามมาได้รู้
ล่ากันครั้งหนึ่งๆ บางทีไกลถึง 23 ไมล์ และกินเวลาถึง 10 ชั่งโมง ในศตวรรษที่ 19 มีหมาพันธุ์อ็อตเตอร์ฮาวนด์ล่านาก
อยู่
ตามลำธารตามคลองในอังกฤษกว่า 20 ฝูง พวกนักล่าที่ชอบทางนี้มักจะเลือกเอาการล่านากมาแทนล่าหมาจิ้งจอก ตอนที่หมดฤดูล่าหมาแล้ว ในทุกวันนี้ หมาฟ็อกซ์ฮาวนด์ และหมาพันธุ์ผสมก็เข้ามาร่วมอยู่ในฝูงหมาล่านากกับเขาด้วย
อ็อตเตอร์ฮาวนด์นี้มีสีต่างๆกันไป นับแต่สีฟ้าและสีขาวไปจนถึงแบล็กแอนด์แทน และร่าเริงแจ่มใสในยามที่ลุยนำ้บรรเลงเพลงหมาไปเรื่อย ตามลำธารอันเร้นลับที่เย็นยะเยือก ถ้าเลี้ยงไว้ในบ้านจะเป็นหมาที่รักเด็กเป็นเพื่อนเด็กที่วิเศษสุดทีเดียวเชียว

สูงเพียงไหล่ 24-26 นิ้ว นำ้หนักประมาณ 65 ปอนด์



วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อเมริกัน ฟ็อกซ์ฮาวนด์ American Fox Hound



กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์ อเมริกัน ฟอกซ์ ฮาวนด์Hound Group American Fox Hound

ขาของหมาพันธุ์นี้เรียวๆ กว่า และตัวเบากว่าอิงลิช ฟ็อกซ์ฮาวนด์ เดอ โซโต ได้นำฮาวนด์ตัวแรกเข้ามายังโลกใหม่เพื่อแกะรอยพวกอินเดียแดง ในปี1650 โรเบิร์ต บรุก ตั้งถิ่นฐานลงในแมรีแลนด์พร้อมด้วยฟ็อกซ์ฮาวนด์ทั้งฝูง ยอร์จ วอชิงตัน นำหมาพันธุ์อังกฤษมาเลี้ยงไว้เมื่อปี 1770 และได้รับของขวัญเป็นหมาล่ากวางพันธุ์ฝรั่งเศสที่มีหูยาวจาก นายพล ลาฟาเเย็ด เมื่อปี 1785 หมาสองพันธุ์ก็เลยผสมกัน และอาจเป็นบรรพสุนัขของอเมริกันฟอกซ์ฮาวนด์ในทุกวันนี้ ชาวแมรีแลนด์และชาวเวอร์จิเนียที่ขี่ม้าได้เก่งแต่ไม่ค่อยชอบแบบฉบับการล่าของอังกฤษยามเมื่อควบตามฝูงหมา พอนักล่าเห็นตัวเหยื่อ ก็มักแหกปากร้องลั่นไปทั้งท้องทุ่ง อาจเป็นต้นกำเนิดของเสียงร้อ
งโห่ยามเมื่อทหารฝ่ายเหนือฝ่ายใต้ประจัญบานกันในยุคสงครามกลางเมืองนั้นเอง
นักควบอาชาที่กวดหมาจิ้งจอกไปตามทุ่งในฟิลาเดลเฟียที่เพิ่งตั้งเมืองใหม่ตลอดจนในไร่ของแมนฮัตตันตอนบน หรือการล่าหมาในบรุกลินนั้นเพิ่งมาสั่งห้ามกันเมื่อไม่ถึง100 ปีมานี้เอง
กีฬาดังกล่าวเป็นแบบฉบับของการล่าหมาจิ้งจอกในรูปแบบต่างๆ แล้วแต่ว่าจะเป็นภูมิภาคไหน ต่างก็มีชื่อของผู้เพาะเลี้ยงรายฉมังๆ ไว้เช่น มอบิน วอล์กเกอร์ ทริกก์ เบิร์ดซอง และอื่นๆ ต่างพวกต่างก็เหมาะกับวิธีล่านั้นๆ
หมาจิ้งจอกในอเมริกานั้นหายากกว่าในอังกฤษ และกลิ่นหมาจิ้งจอกในดงทึบและภูมิประเทศที่เป็นขุนเขาก็ตามยาก ฉะนั้น อเมริกันฟ็อกซ์ฮาวนด์จึงต้องอาศัยจมูกที่ไวและแม่นเป็นพิเศษ หมาที่แกะรอยติด จะตามหมาจิ้งจอกที่ว่องไวรวดเร็วไปไม่ลดละ ฝ่าพื้นภูมิประเทศที่ทุรกันดารไม่ท้อถอย มีฝีเท้าที่เร็วสุดยากที่นักอาชาจะตามทัน นักล่าจะตามได้ถูกก็เพราะเสียงเห่าหอนของมันไปตลอดทาง หมาพันธุ์ฝรั่งเศสของ ยอร์จ วอชิงตันนั้น กล่าวกันว่าร้องเพราะมีกังวานประดุจ "เสียงระฆังในกรุงมอสโก"
ยามคำ่คืน หมาพวกนี้จะตามกลิ่นหมาจิ้งจอกไปจนกระทั่งหมาจิ้งจอกมุดเข้ารูเข้าโพรง มันจะเฝ้าอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเจ้าของเป่าปากเรียกนั้นแหละ มันจึงจะวิงกลับมาไกลเป็นไมล์ๆ เพื่อกลับบ้าน ซ่ึงนับว่าเก่งไม่น้อยที่จับทิศทางกลับบ้านได้แม่น อเมริกันฟ็อกซ์ฮาวนด์นั้น หูยาวและตาโศก มีเสียงหอนที่เพราะ
สูงเพียงไหล่ 21-25 นิ้ว นำ้หนักประมาณ 70 ปอนด์

วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์Hound Group อิงลิชฟ็อกซ์ฮาวนด์English Foxhound



อิงลิชฟ็อกซ์ฮาวนด์ English Foxhound

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมหมาล่าจิ้งจอก ชีวิตอันเริงรื่นชื่นใจก็ตอนที่แห่ข้ามทุ่งในอังกฤษกันเป็นฝูงๆ นั่นแหละ เรื่องการล่าหมาจิ้งจอกของพันธุ์นี้ เป็นกิจกรรมมาตั้งแต่ยุคกษัตริย์ในสมัยกลาง โดยเจริญรอยตามอย่างหมาล่ากวางป่าที่ตัวใหญ่กว่าและถือว่าเป็นบรรพสุนัขของมัน
ยุคที่โอลิเวอร์ ครอมเวล ครองอำนาจอยู่นั้นเขาได้ล้างป่า ล่ากวางเสียหลายแห่ง แล้วก็บังคับให้พวกนักล่ากวางหันไปล่าหมาจิ้งจอกแทน ในศตวรรษที่ 18 ดยุคแห่ง
โบฟอร์ด ซึ่งกำลังกลับจากการล่ากวาง เกิดปล่อยหมาให้ตามกลิ่นหมาจิ้งจอกไป ดยุคก็เลยต้องห้อม้าตามฝูงหมาข้ามทุ่งข้ามท่าไปลิบลับ อันเป็นเหตุให้เกิดความคึกคักสนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง การล่าหมาจิ้งจอกก็ลยเป็นที่นิยมของชนชั้นสูงจนถึงชนชั้นกลางและชนชั้นล่าง
คำขวัญของกีฬาล่าหมาจิ้งจอกมีอยู่ว่า"จะเลือกเอาหมาจิ้งจอกที่ตายหรือจะเอาคอตนเองหัก"อันเป็นการกระตุ้นสปิริตของบรรดาทหารและนักการทูตของอังกฤษทั้งหลาย จนกลายเป็นที่ลือเลื่องไปทั้งในวรรณกรรมและจิตรกรรมที่แสดงไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและรูปภาพที่แสดงว่า"การล่านี้เป็นกีฬาของพระราชา"ดังที่นาย ยอร็อกส์ ได้พรรณาไว้ว่า"ได้รับรสแห่งความตื่นเต้นประหนึ่งทำการสัปยุทธ์โดยไม่บาดหมางใจและเสี่ยงภัยแค่ 25เปอร์เซ็นต์เท่านั้น"
การเพาะพันธุ์และเลี้ยงอย่างระมัดระวังได้ทำให้อิงลิชฟ็อกซ์ฮาวนด์ ทำงานได้เหมาะสมอย่างยิ่งกับสายพันธุ์เกรย์ฮาวนด์ ได้ทำให้ขาของมันยาว ตรง วิ่งเร็ว และมีความอดทนสูง ฝูงที่ดีๆ และเก่งๆ อาจจะนำฝูงม้าของนักล่าข้ามทุ่งไปได้ไกลๆ ถึง 75 ไมล์ อกเป็นรูปสีเหลี่ยมและตีนนุ่มเหมือนแมว ขนาดและฝีตีนของมันนั้นแตกต่างกันไป แล้วแต่ว่าภูมิประเทศอย่างไหนตั้งแต่ที่เป็นลูกเนินไปจนถึงที่เป็นเขา หรือชันดิกอย่างในไอร์แลนด์ แต่ก็ไม่เร็วไม่ช้ากว่ากันมากนัก
สีแบล็กแอนด์แทนคือดำนำ้ตาลนั้น แต้มตามตัวมันทับสีพื้นที่ขาวมากบ้างน้อยบ้าง นักเพาะหมาบางรายก็ต้ังใจจะให้มีสีสมำ่เสมอเหมือนกันหมดทั้งฝูง และต่างก็เลือกเอาตัวที่เห่าหอนได้เสนาะโสต
การล่าหมาจิ้งจอกเป็นกีฬาที่ติดตามชาวอังกฤษไปทุกแห่งหนในโลก ท่านลอร์ดแฟร์แฟ็กซ์ได้นำเอาหมาฮาวนด์
ของอังกฤษมาที่รัฐเวอร์จิเนียเมื่อปี 1738 และฝูงหมาล่าพันธุ์นี้ก็ยังมีหอนเห่าอยู่ตามท้องทุ่งในออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์อยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ หมาฮาวนด์ที่ขลิบหูและมีหัวชูตรงตามแบบฉบับของหมาอังกฤษก็ยังอยู่ในทุ่งหญ้าแคนาดาตามกลิ่นหมาจ้ิงจอกที่คนหลอกเอาขี้ม้าโรยไว้เพื่อล่อหมา
สูงเพียงไหล่ 23-25 นิ้ว นำ้หนักประมาณ 85 ปอนด์

วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

กลุ่มพันธุ์ฮาวนด์ Hound Group บาสเซ็ตฮาวนด์ Basset hound

บาสเซ็ตฮาวนด์ BassetHound

หมาบาสเซ็ตสืบเชื้อสายมาจากหมาฮาวนด์พันธุ์แซงต์ฮูแบรต์ซึ่งใช้แกะรอยจนพบสัตว์แล้วตะเพิดออกมาจากที่ซุ่มซ่อน เนื่องจากเพาะพันธุ์กันมา
โดยฝีมือพวกพราน หมาตวลำ่ม่อต้อย่อมๆนี้เองจึงสามารถแกะรอยกวาง หมาป่า หมูป่าในป่าภาคเหนือยุโรป จนถึงขั้นตามหมาจิ้งจอกและ เกมอื่นๆ ได้
พรานฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 16 มักจะใช้บาสเซ็ตตามกลิ่นตัวเบ็ดเยอร์ ซึ่งเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งขนาดเท่าหมาจิ้งจอก ตีนมีเล็บอย่างหมี และขุดโพรงอาศัยอยู่
ในดิน ต้องใช้บาสเซ็ตที่ฝึกไว้ดีแล้วอย่างน้อย 12 ตัว โดยแต่ละตัวต้องมีปลอกคอหนาสามนิ้วมีกระพรวนผูก แล้วก็คอยฟังขณะที่หมามันเห่าตอนที่ตามเหยื่อลงไปในโพรงใต้ดิน แล้วคนตั้งสิบคนซึ่งมีพลั่ว มีเสียมก็คอยขุดตามไปเพื่อเอาเหยื่อนั้นขึ้นมา
หลายศตวรรษที่บาสเซ็ตฮาวนด์หลายจำพวกเวียนไปวนมาอยู่ในฝรั่งเศส แล้วก็วิวัฒนาการไปจนกระทั้งกลายมาเป็นขนเรียบเส้นหยาบๆ ขาตรงบ้าง ขาคดๆบ้างก็มี แม้ในภาคพื้นยุโรปจะรู้จักหมาบาสเซ็ตมาช้านาน ชาวอังกฤษน้อยคนนักจะได้เคยเห็นก่อนปี 1863 คราวที่มีการโชว์หมาครั้งแรกในกรุงปารีส แล้วเข้ามาอวดตัวในอังกฤษอีก 12 ปีต่อมา พันธุ์นี้ก็เกิดเป็นที่ถูกใจ บรรดาเจ้านายอังกฤษต่างก็หลงใหลใฝ่ฝัน ทั้งพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 และพระราชินีอเล็กซานดราก็ทรงโปรดด้วยกันทั้งนั้น
พันธุ์สายเลือดที่เห็นกันบ่อยๆ ในสหรัฐนั้นเรียกว่า Le Couteulx ตามชื่อของนักเพาะหมาชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 มักจะมีสีอย่างฟ็อกซ์ฮาวนด์ต้ังแต่หูที่ตูบห้อยย้อยลงมา ยังกะผ้าม่านกำมะหยี่อันนุ่มนิ่ม ไปจนถึงหาง
ที่ชูตั้งแล้ว ขาสั้นลำ่ม่อต้อสูงกว่าดินไม่กี่นิ้ว แต่ก็ใช่จะเป็นโทษหากแต่กลับเป็นคุณเพราะจมูกอันไวนั้นเองจะอยู่เกือบชิดดิน ช่วงก้าวที่สั้นนี่เองที่พรานพอจะเดินตามได้ทัน ยามที่มันจับกลิ่นสัตว์ได้ นักกีฬาในสหรัฐใช้ล่าหมาจิ้งจอก แร็กคูน โอพอซซัม และกระรอก แต่ที่นับว่าเด่นในคุณภาพของบาสเซ็ตก็คือการไล่ไก่ฟ้าและกระต่ายออกจากที่ซ่อน การเยื้องย่างอย่างไม่รีบร้อนแต่ละเอียดลออในทุ่ง ทำให้สัตว์ไม่แตกตื่น เป็นหมาที่ฝึกได้ง่ายและฝึกให้เก็บนกก็ได้ นิยมเลี้ยงกันเป็นหมาบ้านในสหรัฐ ใครเห็นตาโศกของมันเข้าแล้ว ทนอยู่ไหวหรือที่จะไม่รักมันได้
สูงเพียงไหล่ 11-15 นิ้ว นำ้หนัก 25-40 ปอนด์