วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การฝึกนิสัยและสังเกตพฤติกรรมสุนัข 3

การเปลี่ยนพฤติกรรมที่ก้าวร้าว
ถ้าลูกสุนัขแสดงความก้าวร้าว เช่น หวงอาหาร หวงของเล่น ขู่เวลาจับอาบนำ้ วิธีการสอนให้สุนัขรู้ว่าคุณคือเจ้านาย ก็คือการจับเขานอนตะแคงราบไปกับพื้น แล้วใช้มือกดคอเขาไว้(เหมือนแม่งับคอลูกเพื่อสั่งสอน) ให้คุณกดไว้อยางนี้จนกระทั่งเขายอมจำนน และคลายอารมณ์ลง(ให้ทำอย่างนี้หลายนาทีโดยเฉพาะที่เป็นครั้งแรก) คุณจึปล่อยมือออกมา แล้วอย่าลืมว่าให้พูดเรียกชื่อเขาอย่างนุ่มนวลระหว่างเวลาที่คุณกดมือลงไป วิธีการกำราบนี้ใช้ได้เฉพาะเวลาที่ลูกสุนัขของคุณประพฤติตนในทางที่ไม่ครวเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ที่เขาแยกเขี้ยวยิงฟันใส่คุณเวลาที่คุณแต่งตัวให้เขา ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะเจ็บ เพราะวิธีการกำราบแบบนี้จะไม่ทำให้เขาเจ็บ และนี่เป็นวิธีเดียวกับสุนัขที่อยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่า แสดงออกและทำกับลูกฝูงตัวที่เด็กกว่าให้เจียมเนื้อเจียมตัว
วิธีการแสดงว่าเราเหนือกว่า
ให้เราบีบปากสุนัขด้วยมืออย่างระมัดระวังแล้วปล่อยมือ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการแสดงความเหนือกว่าของคุณต่อสุนัข และเป็นการเสริมความน่าเกรงขามให้กับตำแหน่งหัวหน้าฝูงให้คุณได้ดี ทุกคนในครอบครัวครวเข้าใจตรงกันว่า สุนัขอยู่ในสถานะที่เป็นน้องเล็กที่สุดในบ้านไม่ใช่เจ้านายและครวปฏิบัติกับเขาอย่างนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สุนัขของคุณแสดงความเหิมเกริมและอยากเป็นใหญ่ ไม่ครวอนุญาตให้สุนัขขึ้นมานั่งบนโซฟาหรือนอนบนเตียงโดยที่คุณไม่ได้อนุญาตอย่างเด็ดขาด
ส่วนการที่เขาเห็นขาใครต่อใครในครอบครัวของคุณเป็น"สุนัขตัวเมีย" ก็เกิดขึ้นได้บ่อย แต่ไม่ได้แสดงว่าสุนัขของคุณ เขามีพฤติกรรมทางเพศที่ผิดๆ หรอก แต่สำหรับเขามันคือการแสดงความ "มีอำนาจเหนือกว่า" ต่างหาก แม้แต่สุนัขตัวเมียก็ตาม หากทำอย่างนี้จะถือว่าเป็นการกะทำที่แสดงออกต่อสุนัขที่มีตำแหน่งที่ตำ่กว่าดังนั้นคุณอย่าไปปล่อยให้พฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้นกับเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสุนัขแสดงพฤติกรรมแบบนี้กับลูกๆ ของคุณ ให้พูดกับเขาเสียงแข็งๆ ว่า "ไม่" แต่หากยังเกิดพฤติกรรมแบบนี้ขึ้นอีก ก็ให้แสดงความเป็นเจ้านายหรือหัวหน้าฝูงของเขาด้วยการจับเขานอนตะแคง แล้วกดคอไว้ด้วยมืออย่างที่กล่าวมาข้างต้น
คุณครวเริ่มวิธีการนี้เสียตั้งแต่แรกๆ สามารถเริ่มได้ทันทีที่เขาเข้ามาอยู่ใมบ้านคุณใหม่ๆ และเริ่มคุ้นเคยแล้ว เพื่อที่ลูกสุนัขเล็กๆ ที่น่ารักของคุณได้เติบโตขึ้นมา เป็นสุนัขที่มีเสน่ห์และนิสัยดีในอนาคตและแน่นอนว่าการแก้ไขความประพฤติที่ไม่ถูกต้องที่เขาทำจนเคยชินแล้ว จะยากกว่าการสอนเขาตั้งแต่ต้นเป็นไหนๆ สุนัขตัวที่ไม่ได้รับการสอนจากคุณมาตั้งแต่ต้นนั้นจะเป็นปัญหาแน่เมื่อเขาอายุได้สักปีหรือสองปี ท้ายที่สุด พวกเขาจะต้องลงเอยด้วยการนำไปทิ้ง ให้เป็นปัญหาแก่สังคม ถ้าเขากลายเป็นสุนัขที่จ้องจะเข้าคุกคามและเป็นอันตรายต่อคน อย่างไรก็ดีสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น หากคุณได้เริ่มฝึกฝนเขาอย่างสมำ่เสมอตั้งแต่เขายังเล็กๆ
วิธีแบบโบราณที่จะให้สุนัขเชื่อฟังก็คือการเฆี่ยนตี คุณทราบไหมว่า สุนัขที่ถูกตีนั้นจะอยู่อย่างเป็นทุกข์และจะสามารถกัดหรือทำร้ายคนได้เมื่อเขารู้สึกกลัวพวกเขาจะไม่มีความมั่นใจในมนุษย์ ดังนั้นสิ่งที่คุณครวกระทำต่อสุนัขของคุณนั้นก็คือการให้ความสนใจเขา ชมเชยเขา และรักเขาอยู่เสมอ อย่าลืมว่าไม่เพียงสุนัขเท่านั้นที่เรียนรู้ ตัวคุณเองก็ต้องเรียนรู้เช่นเดียวกันว่าคุณครวต้องทำอะไรเพื่อให้สุนัขเข้าใจว่า เขาต้องปฎิบัติตัวอย่างไรจึงเป็นการเหมาะสม


วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การฝึกนิสัยและสังเกตพฤติกรรมสุนัข 2

สุนัขที่ทำหูตั้ง
สุนัขที่กำลังทำหูตั้ง ตัวตรง แสดงว่ากำลังอยู่ในอาการที่เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง หรือฟังเสียงอย่างตั้งอกตั้งใจอย่างเฝ้าระวังตลอดเวลา
สุนัขที่ทำหูลู่หรือตก
สุนัขที่กำลังทำหูลู่หรือตกไปข้างหลังเสมอกับแนวศีรษะ ก็จะบ่งบอกถึงว่า สุนัขกำลังดีใจ ยอมแพ้หรือกลัว
สุนัขที่ทำตาหรี่
สุนัขที่กำลังทำตาหรี่ แปลความหมายได้สามอย่าง คือ1ไม่ได้มีความสุข 2กำลังเจ็บปวดจากภายในร่างกาย 3กำลังยอมแพ้
สุนัขที่ทำตาเบิกกว้างและลุกโพลง
สุนัขที่ทำตาโตเบิกกว้างและลุกโพลงแสดงว่าสุนัขกำลังจะแสดงอาการก้าวร้าวหรือกำลังเริ่มโมโห เหมือนอย่างเช่นในฝูงสัตว์ป่า หัวหน้าฝูงแสดงอาการเช่นนี้เพื่อควบคุมและดูแลบรรดาลูกฝูงที่ไม่เชื่อฟัง โดยการจ้อง ทั้งสองฝ่ายจะจ้องตากันจนกว่าจะมีฝ่ายใดเข้าทักทายหรือมีฝ่ายใดก้มหัว ฝ่ายที่ยอมแพ้ก็จะลดหัวของตนให้ก้มตำ่ลงแล้วหันกลับออกไป อย่างไรก็ดี หากการประจันหน้าของสุนัขที่เหนืิอกว่าและตัวที่ด้อยกว่ายังคงดำเนินอยู่ต่อไป แม้ว่าสุนัขตัวที่ด้อยกว่าจะหลีกทางไปแล้ว สุนัขที่ด้อยกว่านั้นอาจจะรู้สึกสับสนและแว้งกัดออกไปเพื่อเอาชนะความกลัวก็ได้ และหากการทำสงครามทางสายตานี้ ไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด สุนัขตัวที่เหนือกว่าก็จะเข้าคุกคามและสั่งสอนอีกตัวด้วยการแยกเขี้ยวคำราม ขู่ หรือตรงเข้ากัดทันที
การจ้องตาสุนัข
สุนัขที่จ้องตากับสุนัข หรือสุนัขกับคน มีสองอย่างคือจ้องตากันแบบแสดงความรักความอบอุ่นต่อกัน หรือจ้องตาท้าทายเพื่อการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมแพ้ คุณไม่ครวจ้องตากับสุนัขที่กำลังหงุดหงิดหรือโมโห เพราะจะเป็นการยั่วยุให้สุนัขเริ่มตรงเข้าทำร้ายคุณ สำหรับสุนัขที่แสดงอาการอยากจะเล่นอาจจะแสดงพฤติกรรม ด้วยการเหยียดอุ้งเท้า ออกมาหา หรือชวนคุณเล่นผ้า และเขาจะชอบเห่าเพื่อดึงดูดความสนใจ ส่วนกริยาท่าทางอื่นๆ ของสุนัขที่สามารถสังเกตได้ เช่นชวนคุณเล่นของเล่น หรือไล่งับเพื่อนๆ ของเขา เพื่อชวนให้เล่นวิ่งไล่กัน
เราต้องเป็นเจ้านาย
เมื่อสุนัขเข้าวัยหนุ่มสาวอายุได้ประมาณ 6 เดือน สุนัขเริ่มเป็นตัวของตัวเอง ไม่ทำตามคำสั่งที่เราเคยสอนให้ปฎิบัติตามคำสั่ง เช่น "นั่ง" "หมอบ" "มานี่" ในช่วงนี้ สุนัขจะทดสอบความสามารถของเจ้านาย ถ้าอ่อนแอหรือเขาแข็งแรงและมีพละกำลังมากกว่า สุนัขจะคิดว่าเขาจะเป็นผู้นำแทนเราได้หรือไม่ ดังนั้นคุณมีหน้าที่ที่จะต้องสอน และฝึกฝนวินัยให้เขา และทำให้เขารู้ให้ได้ว่าสถานะของเขานั้นอยู่ตรงไหนและแม้ว่าเขาจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่แล้ว คุณก็ครวจะฝึกวินัยให้กับเขาเป็นระยะๆ และอย่าลืมว่าการชมเชยเป็นสิ่งสำคัญมากๆ (สุนัขทุกตัวชอบเหมือนกันหมด)
เมื่อสุนัขแสดงความเป็นใหญ่เหมือนเป็นจ่าฝูงให้คุณรีบกำจัดความอหังการของเขาลงไป เช่น การที่ลูกสุนัขแสดงท่าทางหวงกระดูก หรือของกินกับคุณอย่าปล่อยให้เขาทำพฤติกรรมนี้กีบคุณ หากปล่อยเนิ่นนานไปมันอาจจะสายเกินแก้ หรืออาจกลายเป็นอันตรายหากสุนัขของคุณ ตัวโตจนคุณไม่สามารถบังคับได้ วิธีแก้ไข เวลาที่เขากำลังกินอาหาร ให้ดึงชามข้าวเขาออกมาบ้าง สุนัขครวยินยอมคุณแต่โดยดี หากเขาแยกเขี้ยวคำราม หรืออยากจะกัดเรา คุณต้องกำราบเขาทันที

วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การฝึกนิสัยและสังเกตพฤติกรรมสุนัข 1

สุนัขเป็นสัตว์ที่สามารถสื่อสารกับมนุษย์หรือสุนัขอื่นๆ ผ่านการแสดงอากัปกริยาต่างๆ นั่นรวมไปถึง การแสดงสีหน้าหลายๆ แบบ การทำท่าหลายๆ อย่าง เช่น การส่งเสียง หรือวิธีการดมกลิ่นรับรู้ภาษามนุษย์ได้ สามารถฝึกสุนัขให้สื่อสารกับมนุษย์ได้ ช่วยงานมนุษย์ในด้านต่างๆ มากมาย เช่น สุนัขตำรวจ สุนัขทหาร สุนัขนำทางคนตาบอด
การแสดงความเป็นใหญ่มีพละกำลังมากกว่าเหนือคู่ต่อสู้
สุนัขจะยืนตัวตรงคอตั้ง ขาเหยียดตรง หางและหูตั้งขึ้น ทำอกตั้ง ขนรอบคอชูชัน และเป็นแนวยาวตลอดสันหลัง โบกหางไปมาอย่างช้าๆ พร้อมขู่คำราม ในทางกลับกันสุนัขตัวที่กำลังยอมแพ้(หรือยอมจำนนต่อตัวที่เก่งกว่า) จะแสดงท่าว่าข้านี้ตัวกระจ้อยร่อย อาจจะนอนหงายท้อง หูรี่ ไม่สู้ แต่อย่างไรพอถึงตรงนี้สุนัขตัวโตมักจะสั่งสอนหรือดุลูกสุนัขตัวเล็กๆ แต่เขาจะไม่ทำร้ายเจ้าตัวน้อยอย่างแน่นอน
การแสดงการยอมแพ้
สุนัขตัวที่ยอมแพ้ว่าอีกตัวนั้นเก่งกว่าหรือเหนือกว่า หรือยอมรับและเกรงกลัวคนผู้เป็นเจ้าของ จะแสดงอาการยำเกรง ด้วยการเข้าไปหาสุนัขตัวที่เหนือกว่าหรือเจ้าของ ทางด้านข้าง โดยหมอบคลานเตี้ยติดพื้น หางตกแต่แกว่งไปมา นอกจากนี้ คุณยังจะพบอีกว่าเขาจะชอบเลียมือเลียไม้ เลียเท้าและอาจเลยไปถึงหน้า ของผู้เป็นเจ้าของ หรือสุนัขตัวที่เหนือกว่า แต่ถ้าเขายังเห็นว่าที่แสดงออกมานี้ยังแสดงอาการเอาใจได้ไม่มากพอ พวกเขาอาจจะเพิ่มอาการให้มากขึ้นไปอีก โดยลงไปกลิ้งหงายท้อง ซึ่งบางตัวอาจจะมีฉี่ออกมาด้วย
การแสดงความดีใจหรือเป็นมิตร
สุนัขจะกระดิกหาง หรือแกว่งหางอย่างแรงจนก้นสะบัดเป็นการแสดงอาการยินดีและความเป็นมิตร และลูกฝูงก็จะทำอากัปกริยาดีใจเช่นนี้เหมือนกันต่อฝูง
การแสดงอาการโกรธ
สุนัขที่แสดงว่ากำลังโกรธ จะขู่คำราม แยกเขี้ยว หางที่โบกอย่างช้าๆ เกร็งๆ อยู่ในระดับเดียวกับหลังของสุนัข
การแสดงอาการกลัว
สุนัขที่แสดงอาการกลัว มีความกังวนใจ กลุ้มใจ จะทำส่วนหางที่ห้อยตกอยูระหว่างก้นของสุนัข หรือแกว่งอย่างเกร็งๆ ตกอยู่ระหว่างก้น



วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การฉีดวัคซีนสุนัข

ลูกสุนัขครวได้รับวัคซีนตามตารางที่สัตวแพทย์กำหนดให้ คือช่วงที่ลูกสุนัขมีระดับภูมิคุ้มกันจากแม่ลดต่ำลงจนระดับภูมิคุ้มกันเดิมในร่างกาย ไม่สามารถไปรบกวนการทำงานของวัคซีน ภูมิคุ้มกันจากแม่จะป้องกันโรคได้เพียงประมาณ 6-10 สัปดาห์หลังจากนั้นระดับภูมิคุ้มกันจะค่อยๆ ลดตำ่ลง ซึ่งลูกสุนัขอาจได้รับเชื้อและป่วยเป็นโรคได้ แต่ถ้าฉีดวัคซีนเร็วเกินไป ระดับภูมิคุ้มกันที่ยังมีอยู่ในลูกสุนัขจะต้านกับเชื้อในวัคซีนและไม่เกิดภูมิคุ้มกันขึ้น เราจึงครวให้ลูกสุนัขได้รับการฉีดวัคซีนเมื่ออายุประมาณ 2 เดือน
อายุ
อายุ 3-4 สัปดาห์ มีการถ่ายพยาธิ
อายุ 4-6 สัปดาห์ ฉีดวัคซนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ในลูกสุนัขที่แม่สุนัขไม่เคยฉีดวัคซีน
อายุ 6-9 สัปดาห์ ฉีดป้องกันโรคไข้หัดสุนัข และวัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบติดต่อ
อายุ 10-12 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข และวัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบติดต่อซำ้
อายุ 3-6 เดือน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
ตรวจอุจจาระ และถ่ายพยาธิ
อายุ 1 ปีขึ้นไป ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าซำ้ ปีละ 1 ครั้ง
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข และวัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบซำ้ ปีละ 1 ครั้ง
ตรวจสุขภาพ ตรวจอุจจาระ และถ่ายพยาธิ ทุก 6 เดือน
ตรวจพยาธิหนอนหัวใจ

วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การตรวจสุขภาพสุนัข

1. ตรวจร่างกายภายนอก โดยการสำรวจลำตัวด้วยสายตาก่อนแล้วค่อยใช้มือลูบและคลำส่วนต่างๆ หากไม่พบส่วนผิดปกติ เช่น ก้อนเนื้อ ถุงนำ้ ก็แสดงว่าสุนัขไม่ได้เป็นอะไร ถ้าคลำถูกส่วนใดแล้วสุนัขแสดงอาการเจ็บปวด หรือพบที่ส่วนหนึ่งส่วนใดผิดปกติ ให้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อน ถ้าไม่ดีขึ้น ต้องรีบนำไปพบสัตวแพทย์ทันที
2. ตรวจใบหูดูว่าเป็นฝีหรือหนองหรือไม่ ข้อสำคัญหูต้องไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีนำ้ ไม่มีเห็บ
3. ตรวจดวงตา กระจกตาต้องไม่เป็นฝ้าขาว ไม่มีบาดแผล เยื่อตาขาวเป็นปกติ
4. ตรวจปากและจมูก เปิดดูว่าในช่องปากมีบาดแผลหรือเหงือกอักเสบหรือไม่ ฟันมีหินปูนเกาะมากน้อยเพียงใด ดูจมูกว่ามีนำ้มูกไหลออกมาหรือไม่ เสียงหายใจเป็นปกติเพียงใด และลมหายใจมีกลิ่นหรือไม่ หากผิดปกติแม้ส่วนใดส่วนหนึ่งให้ปรึกษาสัตวแพทย์ทันที
5. สังเกตดูอุจจาระ ปัสสาวะ อุจจาระต้องไม่เหลว ไม่มีมูกและเลือดปน ปัสสาวะเป็นสีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม ไม่มีเลือดปนเด็ดขาด

วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การแปลงขน การตัดเล็บ

การแปลงขนสุนัข
สุนัขขนยาวครวแปลงขนบ่อยๆ เพื่อกๆจัดขนที่ตายแล้ว ทีไม่ยอมหลุดออกมาเพื่อเป็นการป้องกันการหมักหมมได้ ช่วยให้ขนไม่ร่วงกับพื้น ทำให้สุนัขขนเป็นเงางามเพราะการหวีหรือแปลงขน เป็นการกระตุ้นต่อมนำ้มันใต้รูขุมขนให้ผลิตนำ้มันทำให้ขนมันเงางามขึ้น
การตัดเล็บ
ครวตัดเล็บให้ลูกสุนัขถ้าเห็นว่ายาวเกินไป อาจไม่สะดวกอถ้าทิ้งไว้นานๆ จะทำให้นิ้วนั้นคดหรือแยกห่างออกจากกันแลดูไม่สวย และถ้าหากเล็บนั้นถอดหรือฉีกแตกแล้วจะทำให้เกิดเป็นแผลเป็นหนองทำให้สุนัขเจ็บปวดได้ ดังนั้นจึงครวหมั่นตัดเล็บส่วนที่ยาวออกมาขณะยังไม่ยาวมากนักอยู่เสมอด้วยที่ตัดเล็บสุนัข การตัดเล็บยังช่วยไม่ให้สุนัขเกิดบาดแผลอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การอาบนำ้ลูกสุนัข

การอาบนำ้ลูกสุนัข
การอาบนำ้สุนัขช่วยกำจัดพยาธิภายนอกบางชนิด รวมทั้งช่วยปรับสภาพผิวที่แห้งหรือมันเกินไปครวค่อยราดนำ้ให้สุนัขได้ปรับตัว ถ้าไม่ระวังอาจทำให้เขาป่วยได้ เพราะอุณหภูมิร่างกายสุนัขนั้นสูงกว่าคนเรา จึงครวอาจนำ้ให้เขาในช่วงกลางวันขณะที่นำ้และอากาศไม่เย็นมาก หลังจากอาบเสร็จให้เช็ดตัวสุนัขให้แห้ง ถ้าเป็นสุนัขที่ขนยาวก็อาจใช้เครื่องเป่าผมเพื่อช่วยให้สุนัขไม่หนาวมากเกินไป ถ้าทำความสะอาดขนของเขาเป็นอย่างดี อาจไม่ต้องอาบนำ้บ่อยก็ได้ ครวใช้แชมพูอาบนำ้เมื่อขนของเขาสกปรกมาก มีกลิ่นตัว หรือมีหมัดเท่านั้น อย่าอาบนำ้ให้เขาเกินสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพราะถ้าอาบบ่อยเกินไปอาจทำให้ผิวหนังสุนัขแห้งและคัน ซึ่งจะมีปัญหาโรคผิวหนังตามมา และในขณะอาบนำ้ครวระวังนำ้เข้าหูสุนัขด้วย การเลือกแชมพูอาบนำ้ที่เหมาะสำหรับผิวของสุนัขเป็นสิ่งที่สำคัญครวเลือกที่ทำจากส่วนผสมที่ไม่ระคายเคืองต่อผิวและตาของสุนัข แชมพูสำหรับลูกสุนัขครวอ่อนโยนเช่นเดียวกับแชมพูเด็ก เพราะลูกสุนัขมีผิวที่บอบบางมาก สุนัขที่มีกลิ่นตัวครวใช้แชมพูที่ช่วยขจัดกลิ่นตัวและให้เขามีกลิ่นที่สะอาดสดชื่นขึ้น ถ้าสุนัขมีขนสั้นให้ใช้แชมพูที่ไม่ระคายเคืองผิวและตา แต่ถ้าเป็นสุนัขขนยาวให้ใช้แชมพูที่ผสมครีมนวด เพื่อช่วยให้ขนของเขาเงางามและสลวยขึ้น สุนัขจะชอบเล่นนำ้แต่ไม่ชอบอาบนำ้ เราครวฝึกอาบนำ้เขาตั้งแต่ยังเล็กให้เกิดความเคยชิน พอโตขึ้นจะอาบนำ้ไม่ยากแต่ไม่ครวอาบบ่อย แค่สัปดาห์ต่อ 1 ครั้งก็พอ
วิธีการอาบนำ้สุนัข
ครวใช้ก้อนสำลีอุดหูสุนัขเพื่อกันนำ้เข้าหู แล้วจับสุนัขยืนในอ่างนำ้ ใช้มือจับปลอกคอสุนัขแล้วใช้นำ้ (ถ้าเป็นนำ้อุ่นได้จะดี) ค่อยๆ ราดบนตัวสุนัขให้ทั่ว เพื่อให้สุนัขได้ปรับอุณหภูมิ ใช้แชมพูสำหรับสุนัขครวใช้ให้ถูกประเภท คือมีทั้งสำหรับขนสั้น ขนยาว ฟอกให้ทั่วตัว ยกเว้นบริเวณหัว ใช่แชมพูที่ไม่ระคายเคืองตาฟอกเฉพาะส่วนหัว จับสุนัขให้มั่นคงเพื่อป้องกันสุนัขสลัดนำ้ หรือกระโดดออกจากอ่างนำ้ ถูนวดย้อนขนจนแชมพูเป็นฟอง ระวังอย่าให้แชมพูกระเด็นเข้าตาสุนัข ถ้าเป็นแชมพูกำจัดเห็บหมัดต้องทิ้งไว้ตามที่บอกไว้ในฉลากด้วย ล้างแชมพูบริเวณหัวออก เช็ดให้แห้งก่อน จากนั้นจึงล้างแชมพูบริเวณลำตัว วิธีนี้จะช่วยป้องกันสุนัขจะสะบัดนำ้กระจายไปทั่ว
ใช้นำ้ล้างแชมพูออกให้หมดด้วยอีกครั้ง อาจใช้ครีมนวดปรับสภาพนวดขนแล้วล้างออกให้หมด บีบไล่นำ้ติดค้างตามขนออกให้มากที่สุด แล้วใช้ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่เช็ดตัวสุนัขให้แห้ง จากนั้นเอาสำลีที่อุดหูออกและเช็ดในรูหูให้แห้ง ถ้าอาบนำ้ตอนเช้าหรือตอนเย็นอาจใช้เครื่องเป่าผมเป่าขนให้แห้ง โดยปรับอุณหภูมิปานกลาง และแปรงขนไปในทิศทางออกจากตัวสำหรับสุนัขที่มีอาการคันครวงดใช้เครื่องเป่าผม เพราะความร้อนจะทำให้คันมากขึ้น หลังการอาบนำ้สุนัขมักวิ่งไปทั่วอย่างสนุกสนานสบายตัว ครวระวังไม่ให้สุนัขไปเกลือกกลิ้งบนพื้นสกปรก(เป็นการพยายามสร้างกลิ่นตัวให้เหมือนสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นสัญชาตญาณในการพรางตัวด้วยการไปคลุกกับสิ่งที่อยู่บนพื้นอีก)